ระแวดระวัง สายลมหนาวพัดชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มขอบทองที่ด้านหลังจนสะบัดพลิ้ว ถังเสี่ยวซีอยู่ใกล้ฉินอิน จิ้งจอกอัคคีนั่งอยู่บนไหล่ของนาง พร้อมโจมตีทุกเมื่อ ส่วนฉินเหลยที่อยู่ท้ายสุด รอบดาบอัสนีทลายปรากฏพลังงานสีทองโอบรัดอยู่หลายสาย โซ่เทวะพร้อมที่จะปรากฏออกมาทุกเมื่อ
……
ด้านหน้าเต็มไปด้วยหมอก ครู่เดียว ม้าก็ส่งเสียงร้องออกมาแล้วพากันหมดเรี่ยวแรง ถึงขั้นรับน้ำหนักคนไม่ไหว หลินมู่อวี่รีบลงจากม้า พลางกล่าว “ไม่ได้การ มวลอากาศพิษที่นี่รุนแรงมาก ม้าเข้าไปไม่ได้ ผูกมันไว้ที่นี่เถอะ พวกเราเข้าไปก็พอแล้ว”
ฉินอินและคนอื่นพยักหน้า ลงจากม้าทีละคนและเดินเท้าเข้าไป
เมื่อเดินเข้าไปจนสุดหุบเขา ด้านในนั้นกลับมีทัศนียภาพอีกแบบหนึ่ง ภายในสุสานมังกรกลับไม่มีกลิ่นอายความตาย แต่มีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิ บุปผาเบ่งบาน ลำธารใสไหลมาจากหุบเขา เสียงคำรามของสัตว์ป่าดังมาจากที่ไกลๆ ขัดกับกลิ่นอายความตายด้านนอกอย่างชัดเจน แต่มีจุดหนึ่งที่ไม่เปลื่ยน นั่นก็คือตลอดเส้นทางยังคงเห็นชิ้นส่วนกระดูกกองอยู่มากมาย
“คนพวกนี้ตายด้วยเงื้อมมือของอะไรกันแน่นะ” ถังเสี่ยวซีรู้สึกประหลาดใจ นางกางมือขวาออก ทันใดนั้น “เชือก” สีแดงเพลิงที่พันรอบข้อมือนางคลายตัวออก กลายเป็นแส้ยาวที่หุ้มด้วยเปลวเพลิง นี่คืออาวุธของถังเสี่ยวซี แส้เพลิงอัคคี เป็นของล้ำค่าที่ท่านปู่ชางหลันกงมอบให้
หลินมู่อวี่มองเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่หัวกะโหลกอันหนึ