ำให้ท่านทะลวงระดับได้!”
ถังเสี่ยวซีมองกองเลือดที่อยู่เต็มพื้น รู้สึกพูดไม่ออก แต่ก็ยังเหยียบกองเลือดของสัตว์วิญญาณแล้วเข้าไปยืนตรงนั้น ปล่อยวิญญาณยุทธ์จิ้งจอกอัคคีออกมาเริ่มหลอมวิญญาณสัตว์
หลินมู่อวี่ประคองกระบี่ไปยืนคุ้มกันอยู่ด้านข้าง เมื่อถังเสี่ยวซีเข้าถึงขั้นตอนที่สำคัญก็ปลดปล่อยติ่งหลอมอาวุธออกมาเงียบๆ ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ล้อมทั้งสองคนไว้ ฉินอิน ฉินเหลยไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ว่าหลินมู่อวี่กำลังช่วยถังเสี่ยวซีหลอมแก่นวิญญาณสัตว์อยู่ ขั้นตอนนี้ไม่นานมาก ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย
“ฟู่ว…”
หลินมู่อวี่เป่าปาก เก็บติ่งหลอมอาวุธ แววตาเป็นประกาย มองพื้นที่รกร้างอันอุดมสมบูรณ์ แล้วยิ้มกล่าว “เสี่ยวซีหลอมทักษะของกิ้งก่าไฟของตัวนี้มาได้แล้ว!”
ฉินอินยิ้มบางๆ “จริงหรือ”
“อืม”
ถังเสี่ยวซีก็ลืมตาคู่งามที่ส่องประกายวิบวับ แล้วยิ้มพูด “โชคดีที่มู่มู่เข้ามาช่วย ข้ารู้สึกถึงพลังของเขาช่วยข้าควบคุมแก่นวิญญาณของกิ้งก่าไฟไว้ ไม่งั้นแค่พลังของข้าก็ไม่อาจจะจัดการมันได้หรอก…”
ฉินเหลยรู้สึกแปลกใจ “อาอวี่ เจ้าใช้วิธีอันใดช่วยฝ่าบาทและองค์หญิงซีหลอมแก่นวิญญาณสัตว์กันแน่ เท่าที่ข้ารู้ การหลอมแก่นวิญญาณสัตว์นั้นมีโอกาสอัตราการดูดซับทักษะได้ไม่เกินสามส่วน เจ้าทำได้อย่างไรกัน”
หลินมู่อวี่ถูจมูกไปมา แล้วยิ้มกล่าว “ความลับบางอย่างก็เป็นของข้าคนเดียว พี่ฉินเหลยท่านอย่าถามเลย ท่านรู้เพียงว่ายังไงชีวิตนี้ข้