่งความปราดเปรื่องและสงบนิ่ง มิเช่นนั้นเกรงว่าเขาคงก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งเทพสงครามในเกมผู้พิชิตได้ไม่ได้ง่ายๆ
“องค์หญิง พระองค์ได้ทักษะของสัตว์ศิลาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฉินเหลยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถาม
“อือ”
ฉินอินพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็เรียกวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะออกมา พร้อมกับปล่อยปราณยุทธ์เบาๆ ฉับพลันโซ่เทวะสีทองเส้นนี้ก็ขดพันเป็นวงรอบจนปรากฏเป็นเกล็ดศิลาลอยออกมา นี่คือทักษะการป้องกันชนิดหนึ่ง สามารถใช้คุ้มกันตัวเองไม่ให้ถูกทำร้ายได้
“เยี่ยมเลย…”
ฉินเหลยตบมือแล้วยิ้มเอ่ย “ครั้งนี้เราไม่ได้มาป่าล่ามังกรแบบเสียเปล่าแล้ว! องค์หญิง ในเมื่อพระองค์ทะลวงระดับเสร็จสิ้น เช่นนั้นพวกเราก็รีบกลับเมืองหลันเยี่ยนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ป่าล่ามังกรอันตรายเกินไป อีกอย่างผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงน่าจะยังคงอยู่รอพวกเราที่ชายป่าล่ามังกร เราออกกันมานานมากแล้ว…”
แต่ฉินอินกลับขมวดพระขนงเข้าหากัน ส่ายพระพักตร์พร้อมตรัสขึ้น “ไม่ เป้าหมายที่แท้จริงที่ข้าออกมาในครั้งนี้ก็เพื่อช่วยอาอวี่ค้นหาสุสานมังกร หากท่านพี่ฉินเหลยใจร้อนก็กลับไปก่อนเถอะ!”
ฉินเหลยถูกปฏิเสธ อดชะงักไปไม่ได้ แต่ก็มิอาจไม่เชื่อฟัง เขาจึงยิ้ม “ตกลงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ให้สัญญาแล้วว่าจะเชื่อฟังพระองค์ เช่นนั้นครั้งนี้จะฟังองค์หญิง พวกเราไปตามหาสุสานมังกรกัน”
“อืม แบบนี้สิถึงจะถูก!” ฉินอินเปลี่ยนจากกริ้วเป็นดีพระทัย
ทุกคนพักผ่อนกันเล็กน้อยฟื้นฟูปราณและพละกำลัง แล้วจึ