งออกเดินทางกันต่อ
ก่อนพลบค่ำ ก็เจอสถานที่ที่เหมาะแก่การหยุดพักในป่าล่ามังกร มันเป็นถ้ำที่แห้งมาก แถมพวกวัชพืชภายในถ้ำก็ล้วนแห้งกรอบ แถมเจ้าของเดิมของที่นี่คือหมีวิญญาณอายุหนึ่งพันสองร้อยปีตัวหนึ่ง มันถูกฉินเหลยจัดการด้วยอัสนีทลายในดาบเดียว ส่วนศิลาวิญญาณก็ถูกหลินมู่อวี่เก็บไป ศิลาวิญญาณที่อายุเกินหนึ่งพันปีสามารถใช้หลอมอาวุธได้เป็นอย่างดี ไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า
จินเสี่ยวถังแห่งสมาคมการค้าจักรวรรดิคงจะยังไม่รู้ว่าตัวเขายังชำนาญด้านการหลอมอาวุธด้วย ถ้ารู้ขึ้นมาคงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ สมาคมการค้าแห่งจักรวรรดิมีสินค้าทุกอย่างไม่ขาด จะขาดก็เพียงศาสตราวุธระดับสูง พวกขุนนางและชนชั้นสูงเหล่านั้นวันๆ เอาแต่คอยเฝ้าอยู่ที่สมาคม รอคนร้อนเงินนำอาวุธคู่กายมาขายประมูล ความจริงแล้วที่นั่น แค่อาวุธระดับภูตก็ขายดีมากแล้ว ส่วนอาวุธระดับนิลนั้นยิ่งแย่งกันใหญ่ ถ้าหากตนสามารถตีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ เกรงว่าสมาคมการค้าแห่งจักรวรรดินี้คงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ฉินเหลยหยิบผ้าห่มออกมาจากหลังม้า หลังจากปูผ้าเสร็จก็เอ่ยขึ้น “องค์หญิง พวกเราอยู่ข้างนอกไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก ตอนนี้ทำได้แค่นี้ คืนนี้พระองค์กับองค์หญิงซีทรงบรรทมที่นี่ก็แล้วกัน กระหม่อมกับอาอวี่จะนอนบนฟางด้านนอกเอง”
ฉินอินแย้มพระโอษฐ์ “ลำบากพี่ฉินเหลยแล้ว จริงสิ อาอวี่อยู่ไหนล่ะ”
“เขาอยู่ด้านนอก ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินยก