น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้ธาตุดินเฉินพลิกผันและคงอยู่ในระดับพลังขั้นปลายของมรรคผลโอสถทองคำได้ บัดนี้เขาคงกลายเป็นเพียงเหยื่อบนเขียงให้ฝ่ายตรงข้ามเชือดแล้ว!
ช่างเป็นกลอุบายที่น่าหวาดหวั่นเพียงใด!
คิดถึงตรงนี้ ความระแวดระวังของอั้งเซียวต่อ ลวี่หยางก็พุ่งสู่ขีดสุด และยิ่งหวาดสงสัยผู้นี้…จะมิใช่พระผู้เป็นเจ้าหรอกหรือ?
ยิ่งมอง…ก็ยิ่งคล้าย!
อีกด้านหนึ่ง ลวี่หยางหาได้สนใจสิ่งที่อั้งเซียวคิดอยู่ในใจ เขาเอ่ยขึ้นทันที “ท่านผู้เฒ่า ยังจำสัญญาระหว่างเราหรือไม่ เวลาของท่านมาถึงแล้ว”
น้ำเสียงลวี่หยางเร่งเร้า เอ่ยข้อเรียกร้องอย่างฉับไว “บัดนี้ จักรพรรดิเจียโย่วและสามมหาเสนาบดีแห่งราชสำนักเต๋ามาชุมนุมพร้อมกัน กำลังจะเร้นกาย ข้าต้องการให้ท่านนำวิชากระบี่ที่ท่านซ่อนไว้…ฟาดลงบนพวกเขา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะมิอาจจะทิ้งวาจาไว้ได้เลยแม้แต่ประโยคเดียวดีที่สุดก็จงทำร้ายให้สาหัส”
เพียงเสี้ยวอึดใจ อั้งเซียวก็เข้าใจเจตนาของลวี่หยางทะเยอทะยานนัก! คิดจะสร้างความวุ่นวาย แล้วฉวยโอกาสชิงราชสำนักเต๋า?
หากข้าลงมือ ความผิดก็จะตกอยู่กับข้า
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่อั้งเซียวก็ไม่เสียเวลาพูดมาก เอ่ยตรงไปว่า “แล้วข้าจะได้อะไร?”
“ท่านผู้เฒ่าอยากได้สิ่งใด?”
“แก่นแท้ทองคำของหงยวิ๋น!”
อั้งเซียวเสนอเงื่อนไขของตน แท้จริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องให้ลวี่หยางช่วยเพื่อดึงดูดตะเกียงดับแสงสิ่งสำคัญอยู่ที่หงยวิ๋น
ตราบใดที่ข้าได้แก่นแท้ทองค