ท องค์หญิงทรง…ทรงต้องการเข้าป่ามังกรล่าสัตว์วิญญาณอีกพ่ะย่ะค่ะ เพื่อทะลวงขอบเขตนภา กระหม่อมคิดว่าไม่ค่อยจะเหมาะ ในป่าล่ามังกรอันตรายเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินเหลือบมองเฟิงจี้สิงแวบหนึ่ง แววตาบ่งบอกว่าเจ้ายังพูดดีอยู่บ้าง ไม่ได้พูดถึงเรื่องสุสานมังกร ไม่เช่นนั้นเสด็จพ่อต้องไม่อนุญาตแน่นอน
“หืม จะไปป่าล่ามังกรอีกแล้วหรือ” ฉินจิ้นอดแย้มพระโอษฐ์ไม่ได้ “ลูกเพิ่งจะไปป่าล่ามังกรเมื่อไม่นานมานี้เอง เสี่ยวอิน ทำไมถึงจะไปอีกล่ะลูก”
ฉินอินย่นปากน้อยๆ ของนาง แล้วยกมือขึ้น โซ่เทวะเส้นหนึ่งพันรอบกายนางอย่างงดงามอ่อนช้อยราวกับมังกร นางค่อยๆ เดินขึ้นไปข้างหน้าช้าๆ “เสด็จพ่อทอดพระเนตรสิเพคะ โซ่เทวะของลูกถึงขีดจำกัดชั้นที่ห้าแล้ว หากไม่ทะลวงระดับ เกรงว่าจะกลายเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น”
“เหลวไหล โซ่เทวะจะเป็นขยะได้อย่างไร!” ฉินจิ้นเสียงเข้ม แต่พอเห็นขอบตาของฉินอินแดงแสดงท่าทางน้อยอกน้อยใจ จึงพระทัยอ่อนยวบลงทันที “จะไปก็ไป แต่อยู่ได้เฉพาะพื้นที่ล่าสัตว์ของราชวงศ์เท่านั้น”
“จะได้อย่างไรกันเล่าเพคะเสด็จพ่อ” ฉินอินเงยหน้ามองพระบิดาที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ “สัตว์วิญญาณในพื้นที่ล่าสัตว์อ่อนแอเกินไป สังหารพวกมันไปก็ไม่ช่วยให้หม่อมฉันทะลวงระดับได้หรอกเพคะ เสด็จพ่อ ทรงอนุญาตให้หม่อนฉันเขาไปในส่วนลึกของป่ามังกรนะเพคะ”
“เจ้านี่นะ…”
ฉินจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วตรัสถาม “ทุกท่าน องค์หญิงต้องการเข้าป่าล่ามังกรฝึกพลั