ง พวกท่านคิดว่าข้าควรจะส่งใครไปคุ้มกันถึงจะเหมาะสม”
ราชเลขาธิการลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวขึ้น “ฝ่าบาท โอรสของท่านอ๋องจี้หนิง ผู้บัญชาการกองทหารองครักษ์อวี้หลินฉินเหลยฝีมือไม่ธรรมดา อีกทั้งยังโตมากับองค์หญิงฉินอิน ให้เขานำทหารฝีมือดีไปคุ้มกันองค์หญิงเหมาะสมที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นพยักหน้า “อืม ยังมีคำแนะนำอื่นอีกหรือไม่”
ขุนนางผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งลุกขึ้นกล่าว “ฝ่าบาท กระหม่อมขอเสนอให้ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์เฟิงจี้สิงนำทหารม้าหนึ่งพันนายไปด้วยกันพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงฉินอินเป็นถึงรัชทายาท เป็นผู้สืบทอดราชวงศ์ จำเป็นต้องรับรองความปลอดภัยของพระองค์ น่าเสียดายที่องครักษ์อวี้หลินชุดขาวทั้งหกคน มีแค่พวกเขาสองคนที่ไปได้ตลอดเวลา เหลยหงต้องดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์ ปลีกตัวได้ยาก ชวีฉู่เองก็ไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง มิเช่นนั้นถ้าให้ใต้เท้าชวีฉู่คุ้มกันองค์หญิงเข้าป่าจะดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นแย้มพระโอษฐ์ “ตกลงตามนี้ ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิง เจ้านำทหารม้าสองพันนายคุ้มกันองค์หญิงไปป่าล่ามังกร ฉินเหลย เจ้านำองครักษ์อวี้หลินร้อยนายไป ต้องคุ้มกันองค์หญิงให้ดี เข้าใจหรือไม่”
เฟิงจี้สิงและฉินเหลยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วประสานมือคำนับ “กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!
……
ช่วงบ่าย นอกตำหนักเจ๋อเทียนมีทั้งเสียงคนตะโกนและม้าร้อง ทหารสองพันกว่านายเคลื่อนทัพ ขบวนทหารมุ่งสู่ป่าล่ามังกร
ฉินอินรู้สึกจนใจ เดิมทีนึกว่าจะได้เข้าไป