ชุดนี้ ต้องตะลึงตาค้างเป็นแน่!”
หลินมู่อวี่ก้มหน้ามอง รู้สึกพอสวมชุดนี้แล้วดูมีชีวิตชีวาและหล่อเหลาผิดปกติ จากนั้นติดตราแสดงตำแหน่งผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองของวิหารศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเข้าไปที่หน้าอก สมบูรณ์แบบสุดๆ
“เช่นนั้นข้าไปงานเลี้ยงก่อนนะ แล้วเจอกันท่านจางเหว่ย”
“ไปเถอะ! อย่าลืมหมวก…”
……
นึกไม่ถึงว่าชุดเครื่องแบบนี้จะมีหมวกเสียด้วย นั่นเป็นหมวกเหล็กสีเทาเงิน แต่หลินมู่อวี่ทำเพียงหนีบไว้ที่รักแร้ ใส่ไว้บนศีรษะออกจะดูเกินไปหน่อย อีกทั้งชุดเครื่องแบบนี้ความจริงเป็นชุดสำหรับออกศึกของสมาชิกในวิหารศักดิ์สิทธิ์ เสื้อเกราะนี้ทำเขาอึดอัดไปทั้งตัว หากใส่หมวกเพิ่มไปอีก ก็คงรู้สึกเหมือนจะไปออกรบฆ่าศัตรู
ชุดเกราะหนักเกือบยี่สิบจิน (สิบกิโลกรัม) โชคดีที่พลังของหลินมู่อวี่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกว่าหนักอะไร เขาควบม้าออกจากประตูใหญ่ของวิหาร ไกลออกไป ที่หน้าประตูใหญ่ของสมาพันธ์โอสถ เขาก็เห็นองครักษ์อวี้หลินฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนในชุดเกราะกำลังจูงม้าสองตัวยืนอยู่ ชัดเจนว่าเขามารับฉู่เหยา
“พี่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน!”
หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปหา เขาลงจากหลังม้าพร้อมเอ่ยขึ้น “ท่านก็อยู่ด้วยเหรอ!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนอดหัวเราะไม่ได้ “อาอวี่ เจ้ามาแล้วหรือ รออีกสักประเดี๋ยว อาเหยากำลังจะออกมาแล้วล่ะ!”
พูดจบ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็มองเครื่องแบบของเขา อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา แล้วเอ่ยขึ้น “เสื้อเกราะระดับดาวสีทองที่วิหา