งพูดจบ เขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งหมัดสายฟ้าเข้าใส่หน้าอกของหลินมู่อวี่ทันทีหลินมู่อวี่ไม่เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา ยกแขนขึ้นปัดป้องอย่างเหี้ยมหาญ ใช้แค่พลังจากชั้นก่อผิวและการหลอมกระดูกของร่างกายมาทานไว้!“เปรี้ยง!”โจมตีซึ่งๆ หน้า เขาไม่ขยับแม้แต่น้อย กลับเป็นเติ้งจื่อหลินที่ถูกกระแทกกลับไปจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าของเติ้งจื่อหลินซีดเผือดในทันที เขารู้ว่าหลินมู่อวี่นั้นแข็งแกร่ง แต่ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ที่ไม่ได้ใช้พลังของวิญญาณยุทธ์ยังจะต้านการโจมตีของตนเองได้!พลังวิญญาณยุทธ์สีส้มค่อยๆ ไหลเวียน หลินมู่อวี่เพิ่งอัญเชิญกระดองเต่าทมิฬและปราการเกล็ดมังกรออกมา ยิ้มพูด “ท่านเติ้งดูจะใจร้อนเกินไปหน่อย มาสิ เรามีเวลาฝึกซ้อมกันตลอดทั้งช่วงเช้าเลยล่ะ!”การโจมตีของเติ้งจื่อหลินล้มเหลวแบบนี้ ยังจะมีความเกรงขามใดเหลืออยู่อีก จึงได้แต่ร้องโอดโอยไม่หยุดอยู่ในใจ
“เจ้าสามัญชนต้อยต่ำ ไอ้ชาติหมา!”
เมื่อหลัวปินตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น แววตาเขาเต็มไปด้วมความอาฆาตแค้น เอ่ยด้วยโทสะ “คอยดูเถอะ จวนราชเลขาธิการจะไม่ยอมแน่ สมาพันธ์โอสถก็จะไม่ปล่อยเจ้าไว้ ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
พูดจบ หลัวปินก็เดินจากไป เหล่านักปรุงโอสถที่ล้อมอยู่ก็สลายตัวไปเช่นกัน
……
“อาอวี่ เจ้าก่อเรื่องแล้ว!” ฉู่เหยามองเขาอย่างตำหนิ แล้วพูดขึ้น “พวกเราเพิ่งจะมาถึงเมืองหลวงแท้ๆ เจ้าไปล่วงเกินคนอย่างหลัวปินได้อย่างไร บิดาของเขาเป็นราชเลขาธิการ ม