ใจ แต่หากดูมากเข้าก็ออกจะน่าเบื่อ สหายตอนแรกสร้างสวรรค์แห่งความมิมี เกรงว่าไม่ได้เพื่อแสวงหามรรค แต่เพื่อรับมือเหล่าเจินจวินของโลกมากกว่า แท้จริงแล้วถือเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง”
เอ่ยถึงตรงนี้ บรรพชนถิงโยวก็ส่ายหัว
“ในสายตาข้า การกระทำของสหายกลับสิ้นเปลืองตำแหน่งมรรคผลที่ดีถึงเพียงนี้ หากเพียรบ่มเพาะอย่างอดทน ศักยภาพของตำแหน่งมรรคผลสายนี้จะไม่ด้อยไปกว่าตำแหน่งมรรคผลที่ถูกต้องตามแบบแผน”
มู่ฉางเซิงฟังแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
สิ่งที่บรรพชนถิงโยวเอ่ยนั้นไม่ผิด สวรรค์แห่งความมิมีเป็นเพียงอาวุธที่เขาใช้จำกัดเหล่าเจินจวิน หาใช่รากฐานในการแสวงหามรรคในแผนของเขาไม่
ทว่าสำหรับศักยภาพที่อีกฝ่ายเอ่ย มู่ฉางเซิงกลับหัวเราะเยาะในใจ
“ตำแหน่งมรรคผลสายตรงมีรากจากฟ้า จะเทียบได้อย่างไรกับของนอกรีต? สหายแม้พรสวรรค์สูงส่ง แต่ก็เพียงใบไม้บังตา กล่าววาจาโดยไม่มีหลักฐาน”
“บางทีอาจเป็นเช่นนั้น”
บรรพชนถิงโยวมิได้ปฏิเสธ เพียงกวาดตามองรอบด้านอีกครั้ง แววตาทอประกายเจิดจ้า ดุจมีแสงวิญญาณนับไม่ถ้วนเวียนว่าย
ครึ่งปีที่ลวี่หยางปิดด่านบ่มเพาะ เขาเองก็หาได้อยู่ว่าง นอกจากสำเร็จวิชาเทพสวรรค์แห่งความมิมีแล้ว ยังหาโอกาสลอบไปภูเขากะโหลก นำเศษวิญญาณที่ “สูญหาย” ในแดนลับอสูรวิญญาณกลับคืนมา ทำให้สติปัญญาเมื่อเทียบกับก่อนหน้า ก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ
ครู่ถัดมา บรรพชนถิงโยวยิ้มบาง พลางเอ่ยว่า
“หากสหายมอบสวรรค์แห่งความมิมีให้ข้าดูแล ข้ามั