คัมภีร์หลอมกระดูกมังกร ที่เรียกว่า “กลั่นปราณเป็นแก่นพลัง” พลังทะลุทะลวงของแก่นพลังนั้นจะทรงพลังยิ่งขึ้น อีกทั้งยังบริสุทธิ์กว่าปราณปกติด้วย! แต่แค่ขั้นตอนแรกหลินมู่อวี่ก็เกือบตายแล้ว เขาฝึกตั้งแต่เย็นจนถึงฟ้าสางของวันรุ่งขึ้น ในที่สุดปราณที่ไหลเวียนภายในร่างก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน เขาค่อยๆ แบมือออก ไอสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นมา ฝึกแก่นพลังสำเร็จแล้ว!ต่อไป โคจรแก่นพลังให้ไหลไปตามกระดูกทั่วร่างกาย ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีต่อการโคจรหนึ่งครั้ง แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความเจ็บปวดรวดร้าว ราวกับกระดูกถูกไฟแผดเผาไปทั่วทุกอณู ชั่วพริบตาร่างของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ มิน่าชวีฉู่ถึงทนรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว! แต่หลินมู่อวี่ยังคงทนต่อไป ฝืนบังคับให้แก่นพลังโคจรให้ครบรอบแรกพอถึงตอนเช้า คนรับใช้นำอาหารเช้ามาส่ง โดยวางไว้ข้างตัวเขา พร้อมพูดด้วยความเคารพว่า “ท่านหลินจื้อ ผู้ดูแลเกอหยางมีคำสั่งให้ข้าน้อยนำอาหารเช้ามาส่ง ทั้งยังบอกอีกว่า สองสามวันนี้ท่านไม่ต้องไปห้องฝึกซ้อม ให้ตั้งใจฝึกวิชาของท่านก็พอ!”หลินมู่อวี่อดซาบซึ้งใจไม่ได้ คงเป็นชวีฉู่ที่จัดการธุระต่างๆ ให้ มิเช่นนั้นแล้วด้วยรูปแบบการทำงานของวิหารศักดิ์สิทธิ์ มีหรือจะยอมให้ผู้ช่วยฝึกระดับดาวสีทองแบบเขามีเวลาว่างเช่นนี้……พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งวัน เขาโคจรครบเจ็ดสิบสองรอบแรกแล้ว ด้วยพัฒนาการของการฝึก ขั้นตอนนี้จึงคืบหน้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ