ิตย์เพียงลำพัง ผมยาวปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง ชุดกระโปรงสีแดงเพลิง มองเขาด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใส “มู่มู่ ไม่เจอกันนานเลยนะ!”“เสี่ยวซีวันนี้เจ้าว่างหรือ” เขายิ้มถาม“ข้าว่างทุกวันนั่นแหละ วันนี้ต้องไปตำหนักเจ๋อเทียน พอดีทางผ่านเลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเจ้าแค่นั้นแหละ!” นางเผยยิ้มอ่อนหวานหลินมู่อวี่พึมพำ “ตำหนักเจ๋อเทียนเหรอ แต่จากจวนเจ้าไปตำหนักเจ๋อเทียนไม่ต้องผ่านวิหารนี่…”เขาเสียใจทันทีที่หลุดปากคำพูดนั้นออกมา จนแทบอยากจะด่าตัวเอง ในที่สุดเจ้าหนุ่มก็รู้แล้วว่าทำไมตนถึงได้เป็นโสดอยู่?!ถังเสี่ยวซีถูกพูดเข้าแบบนี้เลยหน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่เขา แล้วพูดขึ้น “ยังไงก็แค่ทางผ่าน ไม่ต้องมายุ่งกับข้า! ตอนเที่ยงไปกินข้าวที่หอสดับพิรุณกันเถอะ ข้าจองโต๊ะไว้แล้ว”“อืม ได้ แต่ว่าที่นั่นแพงมากเลย อาหารหนึ่งมื้อตั้งเจ็ดสิบเหรียญทอง”“สบายใจได้ ข้าจ่ายเอง” ถังเสี่ยวซีตบหน้าอกนูนของนาง แต่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ“อืม แต่ก่อนที่จะไป ข้าอยากไปดูร้านโอสถที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงก่อน”“ได้เลย!”……ทั้งสองคนมาถึงร้านขายสมุนไพร ภายในร้านมีคนไม่น้อยที่รู้จักถังเสี่ยวซี ทุกคนต่างส่งเสียง “คารวะองค์หญิงซี” ด้วยความเคารพไม่จบไม่สิ้นถามหาอยู่หลายร้าน แต่ก็ไม่มีของที่ตนเองต้องการ หลินมู่อวี่ท่าทางไม่มีความสุข“เจ้าบื้อมู่มู่ ตกลงเจ้าหาสมุนไพรอะไรอยู่กันแน่” ถังเสี่ยวซีรู้สึกประหลาดใจ“กระดูกชนิดหนึ่งน่ะ” หลินมู่อวี่ตอบ“อ่อ กระดูกอะไรเหรอ”“ก