ยวซี เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ฉินอินมองอีกฝ่ายอย่างตื่นเต้น
ด้านถังเสี่ยวซีกลับมองไปmujหน้าอกของฉินอิน แล้วก็อดที่จะตาแดงไม่ได้ “เสี่ยวอิน เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ”
ฉินอินส่ายหน้าแล้วยิ้ม “ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ แผลเล็กน้อย”
เฟิงจี้สิงที่นั่งอยู่ด้านข้าง มือวางอยู่บนดาบที่ปักดิน บ่นขึ้นมา “พิษงูมังกรอายุหนึ่งหมื่นปี รอดมาได้ก็นับว่าบุญแล้ว ยังจะพูดว่าแผลนิดเดียว เด็กสมัยนี้ช่างไม่รักชีวิตกันเสียเลย…”
“หา?” ถังเสี่ยวซีอ้าปากค้าง
ฉินอินถลึงตาตำหนิเฟิงจี้สิง “ท่านนี่พูดมากจังนะ! ฮึ รอข้ากลับตำหนักเจ๋อเทียนก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องเสด็จพ่อให้ตัดเงินท่านสองเดือน!”
เฟิงจี้สิงตกใจ “องค์หญิง กระหม่อมผู้แซ่เฟิงเป็นเพียงแม่ทัพจากตระกูลชาวบ้านธรรมดา หากพระองค์ตัดเงินเดือนกระหม่อม ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตของกระหม่อม อีกอย่างกระหม่อมก็ช่วยพระองค์สุดความสามารถ ทรงทอดพระเนตรสิ บาดแผลบนแขนนี้เป็นเครื่องยืนยันได้…”
ถังเสี่ยวซีหัวเราะคิก “เอาละ เลิกเถียงกันได้แล้ว ผู้บัญชาการเฟิงท่านก็จริงๆ เลย จะยอมให้เสี่ยวอินบ้างมิได้หรือ อย่าลืมเสียล่ะนางเป็นถึงรัชทายาทเชียวนะ หากไปยั่วจนนางโกรธขึ้นมาจริงๆ ท่านได้จบเห่แน่!”
เฟิงจี้สิงประสานหมัดคารวะทันที “องค์หญิงโปรดทรงอภัย กระหม่อมจงรักภักดี ฟ้าดินเป็นพยาน ได้โปรดอภัยโทษที่เฟิงจี้สิงปากไม่มีหูรูดด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“คิก…”
ฉินอินหัวเราะน้อยๆ “ท่านก็อย่าฉีกหน้าข้าอีกก็แล้วกัน จร