ชื่อเต็มของวิหารแห่งนี้คือ “วิหารสงครามศักดิ์สิทธิ์” หน้าที่หลักคือการสร้างยอดฝีมือที่ยอดเยี่ยมให้จักรวรรดิ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นครูฝึกหรือผู้ช่วยฝึก เมื่อเกิดสงครามขึ้นก็จะต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติ บางทีตั้งแต่วินาทีที่เหยียบเข้ามายังวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาก็เป็นทหารของจักรวรรดิเรียบร้อยแล้ว“โปรดชี้แนะด้วย!”ทุกคนกล่าวออกมาพร้อมเพรียงกันเมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นมุมปากที่เหยียดด้วยอาการดูถูกของโอวหยางชิวที่ยืนอยู่ตรงข้าม ทำให้หลินมู่อวี่รู้สึกไม่พอใจมาก
เมืองหลันเยี่ยน เมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองสำคัญของจักรวรรดิฉิน มีประชากรมากกว่าห้าล้านคน ขณะเดียวกันก็เป็นเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิด้วย
ในตอนที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ทหารม้าอาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งก็ควบตะบึงเข้ามาบนถนน
“พรึ่บ!”
ฉินอินดึงชายเสื้อคลุม แล้วลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาสุกสกาวคู่นั้นมองไกลออกไป พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวซีกลับมาแล้ว!”
เฟิงจี้สิงที่กำลังพันแผลบนแขนใหม่ เงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง “พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงซีกลับมาแล้ว ทีนี้พระองค์ก็ไม่จำเป็นต้องทรงเป็นห่วงแล้ว…”
ฉินอินวิ่งถลาออกไป ลมยามเย็นพัดผมยาวของนางปลิวไสว ตราสัญลักษณ์รูปดอกจื่ออินที่สายรัดตรงคอเสื้อคลุมของนางสะบัดไปมาราวกับผีเสื้อแสนสวย
ถังเสี่ยวซีปล่อยบังเหียนม้าในมือ กระโดดลงจากหลังม้า แล้วโผเข้ากอดฉินอิน สาวน้อยที่งามสะท้านทรวงสองนางกำลังโอบกอดกันและกัน
“เสี่