คิดอยู่ในใจว่าตนเป็นคนหนุ่มนิสัยดีผู้หนึ่ง ไม่ควรจะซ้ำเติมผู้อื่น‘ผู้บาดเจ็บ’ ส่งเสียงครวญครางพลางเอ่ย “จะใครเล่าหากมิใช่ไอ้ระยำจางเหว่ยนั่น ถือว่าตัวเองเป็นครูฝึก จะยั้งมือสักหน่อยก็ไม่มี ผู้ช่วยฝึกของที่นี่หน้าไหนบ้างที่ไม่เคยได้ลิ้มรสหมัดของไอ้จางเหว่ย”หลินมู่อวี่รู้สึกหน่วงในใจ “ผู้ช่วยฝึกมีหน้าที่แค่ถูกซ้อมเท่านั้นจริงๆ หรือ”“ก็แหงล่ะ กฎของวิหารก็คือผู้ช่วยฝึกห้ามโต้กลับอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นก็ไม่เรียกผู้ช่วยฝึกแล้ว”“เช่นนี้นี่เอง…”หลินมู่อวี่มองหัวที่บวมปูดของเขาอีกครั้ง เกือบจะหัวเราะออกมาอยู่แล้ว เขาล้วงโอสถขวดหนึ่งออกมาจากหน้าอก “ข้าจะใส่ยาให้เจ้า อย่าแหกปากเสียล่ะ”“ตกลง ข้าไม่แหกปาก…โอ้ย เจ็บ เจ็บ เจ็บ! เจ้าบ้านี่ เบามือหน่อยสิวะ!”“……”ผลของโอสถฟื้นฟูเกรดหนึ่งนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่กี่นาทีต่อมาความเจ็บปวดของผู้บาดเจ็บก็ลดลงไปมาก และเปิดปากพูดจาต่อได้ เขาชื่อว่าฉินจื่อหลิง เพราะความที่เขาแซ่ฉิน ว่ากันว่าเคยมีสายเลือดของเชื้อพระวงศ์จักรพรรดิฉิน แต่ได้สูญสิ้นไปแล้ว บิดาจึงรอคอยให้เขาสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะขึ้นมาได้ ผลสุดท้าย…“ผลสุดท้ายเจ้าปลุกวิญญาณยุทธ์อะไรขึ้นมาได้” หลินมู่อวี่ถามฉินจื่อหลิงแบมือ พืชต้นหนึ่งผุดขึ้นมากลางฝ่ามือ หลินมู่อวี่รู้จักมัน จึงหลุดปากออกมา “เฮ้ย ดอกหางสุนัข?”“จะตายไหมถ้าไม่พูดออกมา” ฉินจื่อหลิงสายตาไม่พอใจ“ไม่เป็นไรหรอก วิญญาณยุทธ์ที่ไม่เอาไหน