วกท่านไม่จำเป็นต้องมาไล่สังหารข้าแบบนี้ หากบนตัวข้ามีของอะไรที่มีค่า ข้าพร้อมมอบให้แก่ท่านทั้งสองแต่โดยดี ตอนนี้สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือมีชีวิตรอด”
ที่เขาพูดมากขนาดนี้ก็เพื่อจะถ่วงเวลา เพราะอย่างไรเสียร่างกายเขายังบาดเจ็บอยู่ แผลที่ถูกธนูของเย่เหลียงยิงที่ทรวงอกยังไม่หายดี ก็มาถูกทวนของหัวหน้าทหารรับจ้างจั๋วเฟิงแทงเข้าอีกหนึ่งแผล บาดเจ็บซ้ำที่เดิมอีก ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคนในยามนี้ล้วนแข็งแกร่ง ร่างของซ่งเหรินโท่วและซ่งปาฝู่มีเกราะปราณจางๆ ปรากฏอยู่ บ่งบอกว่าพวกเขาเป็นยอดฝีมือขั้นปราชญ์สงครามระดับที่น่าจะมากกว่าห้าสิบขึ้นไป คนเดียวก็ว่าจัดการยากแล้ว แต่นี่มาตั้งสองคน หลินมู่อวี่จะสู้ตัวต่อตัวก็ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงต้องรอให้สายลมเมามายออกฤทธิ์ ซึ่งขั้นตอนนี้กินเวลาอย่างน้อยห้านาที
“งั้นหรือ”
ซ่งปาฝู่ค่อยๆ ง้างสายธนู ลูกธนูสองดอกพาดอยู่บนสายธนู ยักคิ้วพูด “บนตัวของเจ้ายังมีอะไรที่แพงกว่าหัวของเจ้าอีกหรือ”
“แน่นอนว่ามี!”
หลินมู่อวี่ใจเต้นตึกตัก เขาหยิบมีดบินสี่เล่มออกมาจากเอว ส่งปราณเข้าไปเบาๆ มีดบินที่อยู่บนฝ่ามือก็หมุนประกอบเข้าด้วยเป็นมีดบินสี่คม “เจ้าดูนี่ นี่คือมีดสั้นที่ติ่งอัคคีชวีฉู่ให้ไว้แก่ข้า เป็นอาวุธลับชนิดหนึ่งมีชื่อว่ามีดเสียงปีศาจ เป็นอาวุธที่สืบทอดมาของแม่ทัพเฟิงอี้เฉิง พวกเจ้าคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงของเฟิงอี้เฉิงมาบ้างใช่ไหมล่ะ”
“เจ้าหนูอย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่