เดินทางมาถึงชายป่าล่ามังกร
บนแผ่นป้ายหินโบราณอันหนึ่งสลักอักษรว่า ‘ป่าล่ามังกร’ เอาไว้ หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปใกล้ แล้วยิ้มออกมา “ในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิในตำนาน เมืองหลันเยี่ยน!”
ฉู่เหยาอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เจ้าอย่าฝันหวานไปหน่อย ป่าล่ามังกรแทบจะโอบล้อมเมืองหลันเยี่ยนไว้ทั้งเมือง มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล พวกเรามาถึงแค่ป่าล่ามังกรเท่านั้น หากคิดจะเข้าเมืองหลันเยี่ยนยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสามวัน อีกอย่างพวกเราก็จะไม่ไปเมืองหลันเยี่ยน อย่าลืมวิว่าตอนนี้พวกเราเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ของจักรวรรดิ ในเมืองหลันเยี่ยนต้องมีภาพวาดของพวกเราติดอยู่เป็นแน่”
“อืม ไม่ไป อยู่ในป่าล่ามังกรนี่แหละ ให้ผ่านไปสักพัก พวกเราค่อยออกไป”
“ตกลง”
พอตกกลางคืน ดูเหมือนว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเดินทางต่อไปอีก ทั้งสองจึงหาพื้นที่ราบท่ามกลางหุบเขาบริเวณเขตแดนระหว่างมณฑลชางหนานกับเมืองหลวงจักรวรรดิเป็นที่พักแรม หลินมู่อวี่กางกระโจมง่ายๆ เพื่อให้เป็นที่นอนสำหรับฉู่เหยา ส่วนตัวเองออกไปเก็บฟืนมาก่อกองไฟ ต้มน้ำแกงเนื้อ
ลมกลางคืนนั้นเงียบสงบเป็นพิเศษ หลินมู่อวี่จึงอาศัยความมืดฝึกหมัดเสียงปีศาจ จากนั้นก็ฝึกมีดเสียงปีศาจอีกรอบ แล้วก็ฝึกร่ายรำเพลงกระบี่วายุ ฉู่เหยานั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนโขดหินด้านข้างมองเขาฝึกซ้อม ศิษย์น้องที่ขยันหมั่นเพียรผู้นี้ทำให้นางประหลาดใจยิ่งนัก การนั่งมองเขาฝึกยุทธ์เหมือนว่าจะกลาย