วกัน”“ร้อยคน?”หลินมู่อวี่ตะลึง “ไม่ต้องมากถึงเพียงนั้น ยี่สิบคนก็พอแล้ว”“ฮ่าๆ จอมยุทธ์น้อยเกรงใจไปแล้ว เด็กๆ เลือกทหารฝีมือดียี่สิบคนมาเดี๋ยวนี้ให้เตรียมตัวออกเดินทาง อีกอย่าง เตรียมเสบียงอาหารให้เพียงพอ ทั้งน้ำและม้า ต้องคุ้มกันส่งจอมยุทธ์หลินให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย”ขณะที่พูด จู่ๆ เหลยเชียนไห่ก็พลันโค้งตัวลง สายตามองไปยังหลินมู่อวี่กับฉู่เหยา “ว่ากันว่า ฮว๋าเทียนผู้นั้นเพื่อแย่งชิงตำราเทพโอสถแล้ว จึงต้องสูญเสียชีวิต ตำราเทพโอสถนี้คงถูกท่านจอมยุทธ์ชิงกลับมาแล้วสินะ”ฉู่เหยาชะงักหลินมู่อวี่ตอบเสียงเรียบ “ตอนที่พวกข้าหนีออกมานั้นฝนกำลังตกหนัก และข้าก็ได้รับบาดเจ็บ ทั้งเลือดและน้ำฝนผสมรวมกัน กว่าจะนึกขึ้นได้ ตำราเทพโอสถก็เปื่อยขาดไปเสียแล้ว กลายเป็นเยื่อฟางไปหมด ดังนั้น…จึงไม่มีตำราเทพโอสถบนโลกใบนี้อีกต่อไป”“อ้อ เป็นเช่นนี้เอง…”เหลยเชียนไห่ยิ้มน้อยๆ แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่ตาของหลินมู่อวี่ แล้วเขาก็มองดูกระบี่ในมือของหลินมู่อวี่อีกครั้ง ตาเป็นประกาย “กระบี่เล่มนี้…เหมือนจะเป็นอาวุธที่หลอมรวมวิญญาณเอาไว้ ไม่ทราบว่ามีชื่อว่าอะไรหรือ”หลินมู่อวี่ร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ เหลยเชียนไห่ผู้นี้ไหนเลยจะมีจิตใจงาม เห็นชัดว่าเป็นโจรขโมยผู้หนึ่ง“กระบี่เล่มนี้ชื่อเหลียวหยวน เป็นสิ่งที่หนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์เย่เหลียงให้ข้าไว้”“หา?เย่เหลียงให้เจ้า?”เหลยเชียนไห่หรี่ตา “เกรงว่า…ด้วยนิสัยของเย่เหลียงเขาไม่ใช่คน