สียก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐพีชั้นที่สอง ก็ควรจะมีความสามารถในการฟื้นฟูที่แข็งแกร่งแบบนี้
ในพงหญ้ามีกระบี่ยาวประกายเพลิงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น นั่นเป็นอาวุธของเย่เหลียง
“หึ เป็นเพราะมัน!”
ฉู่เหยาพูดด้วยความโมโห “ถ้าไม่ใช่เพราะกระบี่เล่มนี้ อาอวี่ก็คงไม่เจ็บหนักขนาดนี้!”
พูดจบ นางก็หยิบกระบี่ไปฟาดกับก้อนหิน
โธ่ ศิษย์พี่หญิงคนนี้เอาแต่ใจเสียจริง
หลินมู่อวี่ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี รีบพูด “หยุดเถอะพี่ฉู่เหยา กระบี่เล่มนี้เอามาให้ข้าเถอะ อาวุธของข้าถูกมันฟันหักไปพอดี กระบี่เล่มนี้น่าจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางฟันกระบี่เหล็กของข้าหักหรอก”
“อือ” ฉู่เหยาส่งกระบี่ให้เขา
หลินมู่อวี่ลูบกระบี่เบาๆ ความรู้สึกอุ่นๆ ไหลเข้ามาตามนิ้วมือ ลายเส้นบนตัวกระบี่เรียบง่าย กระบี่ตรงใกล้ด้ามจับนั้นมีตัวอักษรสลักไว้สองตัวว่า ‘เหลียวหยวน’ (ผลาญทุ่ง) น่าจะเป็นชื่อของกระบี่เล่มนี้ หลินมู่อวี่นึกถึงตอนที่กระบี่นี้เกิดเปลวเพลิงขึ้นยามกวัดแกว่ง สมกับชื่อจริงๆ จึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ “เหลียวหยวน ชื่อเพราะดีนี่…ต่อจากนี้กระบี่เล่มนี้ก็เป็นของข้าแล้วใช่ไหม”
ฉู่เหยาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ของเจ้าๆ เจ้าต้องการอะไรข้าให้เจ้าหมดเลย!”
หลินมู่อวี่ยิ้มน้อยๆ แล้วถาม “ข้าจำได้ว่าตอนที่เย่เหลียงมาที่นี่ เขาขี่ม้ามาด้วย ม้าตัวนั้นไปไหนแล้วล่ะ”
“ถูกข้าจับไว้ ผูกไว้แถวต้นไม้ตรงโน้นน่ะ”
“ดีเลย พวกเรามีม้านั่งแล้ว ม้าตั