วนั้นดูทรงพลังมาก น่าจะพอบรรทุกเราสองคนไหว”
ฉู่เหยาหน้าแดง พอคิดถึงว่าต้องขี่ม้าตัวเดียวกับเขา ก็อดที่จะคิดเยอะไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยักหน้าพูด “อือ คงจะได้แหละ พวกเราต้องขี่ม้าเหรอ”
“ใช่แล้ว ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงเมืองหลันเยี่ยน”
“อ่อ ดีเหมือนกัน”
……
พักฟื้นฟูจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น พอตกดึกมีทหารรับจ้างเร่ร่อนโผล่มา แต่มีระดับพลังเพียงแค่วิญญาณสงครามระดับยี่สิบเจ็ด จึงถูกฉู่เหยาซัดเข็มเงินใส่จนบาดเจ็บ และถูกหมัดเสียงปีศาจของหลินมู่อวี่โจมตีซ้ำอีกจนตาย พวกเขาไม่กล้าประมาท พวกทหารรับจ้างที่คิดจะลอบสังหาร พวกเขาไม่เคยไว้ชีวิตสักคน
เช้าตรู่ หลังจากพวกเขากินอิ่มแล้ว ก็เก็บสัมภาระแล้วนำไปแขวนไว้ที่ข้างลำตัวของม้า ฉู่เหยาบังคับม้า ส่วนหลินมู่อวี่นั่งอยู่ด้านหลังสะพายกระบี่เหลียวหยวนไว้ สมบัติของพวกเขาทั้งหมดก็มีแค่นี้ ส่วนธนูแกะสลักคันนั้นเขาก็เก็บไว้ ระยะปาของมีดเสียงปีศาจแค่ไม่กี่สิบเมตร แต่ถ้าพลังแขนเพียงพอละก็ ธนูนี้จะสามารถยิงออกไปได้ระยะหลายร้อยก้าว!
บนโลกนี้ การขี่ม้าและยิงธนูเป็นทักษะที่ผู้ฝึกยุทธ์จำเป็นต้องเรียนรู้ ทำให้หลินมู่อวี่ตัดสินใจที่จะตั้งใจฝึกธนู โชคดีที่เขามีพรสวรรค์ในการเข้าใจสูง แม้ว่าจะฝึกด้วยตนเองก็ยังสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากมีม้าจึงทำให้เดินทางได้เร็วขึ้น กระทั่งทางราบก็ยิ่งบังคับม้าให้วิ่งได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก หากเดินทางไปด้วยความเร็วเช่นนี้ ประมาณสาม