ถึงห้าวันก็น่าจะเข้าเขตเมืองหลันเยี่ยนแล้ว
……
ระหว่างเดินทางก็ยังไม่ลืมที่จะฝึกพลัง และยังสังหารสัตว์วิญญาณไปหนึ่งตัว ช่วยฉู่เหยาทะลวงระดับจนถึงขั้นบรรพชนสงครามระดับสามสิบสี่ ส่วนพัฒนาการของหลินมู่อวี่นั้นยิ่งเร็วขึ้นไปอีก ตอนนี้เขามีพลังขั้นปรมาจารย์สงครามระดับสี่สิบห้าแล้ว หากคู่ต่อสู้พลังต่ำกว่าขั้นปราชญ์สงครามระดับห้าสิบ เขาก็สามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ อย่างไรเสียวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าสี่ชั้นของเขาก็มีถึงสี่ทักษะ บนแผ่นดินนี้มีแค่เขาผู้เดียว คู่ต่อสู้ส่วนใหญ่จะเสียเปรียบก็ตรงทักษะของวิญญาณยุทธ์นี่แหละ
“วี้ดดด…”
บนท้องฟ้า มีเสียงนกร้องดังขึ้น
หลินมู่อวี่เงยหน้ามอง เป็นเหยี่ยวตัวนั้นอีกแล้ว หลังจากเจ้าของตาย เหยี่ยวที่เย่เหลียงเลี้ยงไว้ก็ตามตนเองมาตลอด
หลินมู่อวี่ลูบคันธนูแกะสลัก เขาพลิกตัวลงจากม้าเต็มไปด้วยจิตสังหาร ดึงลูกธนูออกมาพาดไปที่สายธนู “เจ้าเดรัจฉาน ยังคิดจะตามพวกเราอีกรึ!”
“ฟิ้ว!”
เสียงลูกธนูพุ่งออกไป เหยี่ยวตัวนั้นส่งเสียงร้องแล้วก็ถูกลูกธนูยิงทะลุ ตกลงมาในป่าที่อยู่ไกลออกไป หลินมู่อวี่เดินออกไปหาซากมัน และถือกลับมา เขายิ้มพูด “พี่ฉู่เหยา เที่ยงนี้เอามันไปถอนขนแล้วต้มกินกันเถอะ เนื้อเหยี่ยวน่าจะอร่อยอยู่”
ฉู่เหยาเม้มปากยิ้ม “ได้ๆๆ!”
……
และในตอนนี้เอง จู่ๆ บนท้องฟ้าก็มีเสียงนกร้องดังขึ้นในอากาศ เงาสีเทาบินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ฉู่เหยาหรี่ตาคู่งาม “นั่นเหยี่ยวนกเขา เป็นสัตว์