ำลังให้พร้อมเพื่อรับมือกับการตามล่าที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
จากนั้นไม่นาน น้ำแกงเนื้อกวางหอมกรุ่นก็เดือดได้ที่ ฉู่เหยาใช้มีดสั้นที่ล้างสะอาดคนเนื้อกวางในหม้อ ใบหน้าอันงดงามปรากฏประกายแห่งความหวัง หาได้ยากที่นางจะยังคงรักษาหัวใจที่บริสุทธิ์ในที่แบบนี้ได้
“รีบมากินเถอะ อาอวี่!”
“อืม จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หลินมู่อวี่หอบฟืนเดินกลับมา ต้องเตรียมฝืนไว้สำหรับคืนนี้ ไม่เช่นนั้นสัตว์ป่าจะเข้ามาใกล้ได้ง่าย
และในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงดัง “วี้ด วี้ด” ขึ้นมา หลินมู่อวี่อดขมวดคิ้วมองไม่ได้ เสียงคุ้นหูชะมัด ใช่แล้ว เป็นเสียงของเหยี่ยวตัวนั้นกำลังร้องเสียงแหลมออกมา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” ฉู่เหยาเดินออกมาดู
“เหยี่ยวตัวนั้นอีกแล้ว มันตามพวกเราอยู่” หลินมู่อวี่ตอบ
ฉู่เหยาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว เม้มปากพูด “ไม่หรอกมั้ง…หรือว่าจะมีคนใช้เหยี่ยวสะกดรอยคอยไล่ตามพวกเรามาอย่างนั้นหรือ”
“อาจจะเป็นไปได้”
หลินมู่อวี่วางฟืนลง “พี่ฉู่เหยา ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับทหารเร่ร่อนบ้าง เจ็ดเทพยุทธ์มีคนที่ชำนาญในการเลี้ยงเหยี่ยวเพื่อสะกดรอยบ้างไหม”
“ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องของเจ็ดเทพยุทธ์เท่าไหร่ แต่…” ฉู่เหยาพยักหน้าครุ่นคิด พลันพูดขึ้น “ข้ารู้ว่ามีอยู่คนหนึ่ง หนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์ที่ชื่อเย่เหลียง ถูกขนานนามว่าผู้ฝึกเหยี่ยว เขามีเหยี่ยวที่ชำนาญการสะกดรอยอยู่ตัวหนึ่ง แต่…คงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง ข้าได้ยินมาว่าตระกูลของเย