้อง ผู้มาเยือนนั้นใช้การเคลื่อนที่ของเป้าหมายในการระบุตำแหน่งที่แน่นอน หากตนเองไม่เคลื่อนไหว คนผู้นั้นก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าตนอยู่ตรงไหน
“ตุบ!”
ผู้ที่มาโจมตีลงจากหลังม้า ชักกระบี่ออกมา บนกระบี่มีประกายไฟอยู่รอบๆ สะท้อนใบหน้าของเขา เป็นเย่เหลียงหนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์จริงๆ ด้วย
“ออกมาเถอะ หลินมู่อวี่!” เย่เหลียงหัวเราะฮ่าๆ แล้วฟันกระบี่ออกไปรุนแรง ระเบิดเปลวเพลิงเผาพุ่มไม้ ทำให้สว่างไสวไปทั่ว เวลานี้ไม่มีที่ให้ซ่อนตัวได้แล้ว
หลินมู่อวี่จับลูกธนู ค่อยๆ ดึงมันออกมา เจ็บจนแทบจะหมดสติ ฉู่เหยามองเขาน้ำตาคลอเบ้า รีบใช้โอสถสมานแผลเกรดหนึ่งเทใส่บาดแผลตรงหน้าอกและที่หลัง แต่หลินมู่อวี่มองดูข้างในร่างตัวเอง พบว่าปอดของตัวเองถูกยิงทะลุ ทำให้หายใจลำบากขึ้นมา ต้องรีบจัดการคู่ต่อสู้โดยเร็ว
เขากุมมือฉู่เหยาไว้ พูดด้วยเสียงเบา “ใช้สายลมเมามาย ข้าจะออกไปดึงความสนใจมัน”
“ไม่ได้นะ!”
ฉู่เหยายังอยากจะพูดต่อ แต่เห็นหลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืนแล้ว
มองออกไปไกลๆ เย่เหลียงยังดูเป็นชายหนุ่มที่อายุยังไม่ถึงสามสิบปี ธนูแกะสลักแขวนอยู่ที่หลังของเขา ลูกธนูไม่อยู่ หลินมู่อวี่จึงวางใจได้เยอะ ที่ด้านหลังของเขา ฉู่เหยาเปิดจุกขวดโอสถสายลมเมามายออก ยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นก็ตลบอบอวลออกมาอย่างเงียบๆ ทันที
“เจ้าก็คือหลินมู่อวี่?”
ภายใต้แสงจากเปลวเพลิง ใบหน้าของเย่เหลียงมีความดื้อรั้นและยิ่งสโย เขายิ้ม “ดูแล้วก็แค่เด็กอ่อนแอคนหนึ่ง แค่เ