่นนั้นข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอด”“งั้นก็ได้…”ฉู่เหยาตักน้ำแกงใส่เนื้อเยอะๆ ให้เขา หลินมู่อวี่ก็ไม่ได้สนใจว่ามันจะร้อนเกินไป เขารีบยัดเข้าปาก จากนั้นก็เก็บข้าวของลงย่าม มองฉู่เหยาซดน้ำแกงจนเสร็จ ก็ดับไฟแล้วออกเดินทางแต่ว่าเดินทางออกไปได้ไม่ไกล จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังมากจากด้านหลัง“ท่าจะไม่ดี มันมาแล้ว!”เขารีบทิ้งย่าม ชักกระบี่ออกมา และในตอนนี้เองก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมา ตอนที่หลินมู่อวี่รีบพลิกตัวหลบนั้น ก็สายไปเสียแล้ว “ฉึก” ลูกธนูเหล็กดอกหนึ่งทะลุหน้าอกเขาไปถึงด้านหลัง“อาอวี่!”ฉู่เหยาเสียงสูงเป็นพิเศษ นางเห็นหลินมู่อวี่ถูกลูกธนูยิงทะลุอก เลือดไหลทะลักออกมาตามหัวลูกศร“อย่าขยับ หมอบลง”หลินมู่อวี่กลั้นความเจ็บปวด แต่กลับสงบเยือกเย็น มือกดไหล่ของฉู่เหยาไว้ ให้นางอยู่ในพุ่มไม้เสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามด้วยลูกธนูอีกสองดอก แต่กลับพุ่งเข้าไปในป่าทั้งหมดเขาคาดการณ์ได้ถูกต้อง ผู้มาเยือนนั้นใช้การเคลื่อนที่ของเป้าหมายในการระบุตำแหน่งที่แน่นอน หากตนเองไม่เคลื่อนไหว คนผู้นั้นก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าตนอยู่ตรงไหน“ตุบ!”ผู้ที่มาโจมตีลงจากหลังม้า ชักกระบี่ออกมา บนกระบี่มีประกายไฟอยู่รอบๆ สะท้อนใบหน้าของเขา เป็นเย่เหลียงหนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์จริงๆ ด้วย“ออกมาเถอะ หลินมู่อวี่!” เย่เหลียงหัวเราะฮ่าๆ แล้วฟันกระบี่ออกไปรุนแรง ระเบิดเปลวเพลิงเผาพุ่มไม้ ทำให้สว่างไสวไปทั่ว เวลานี้ไม่มีที่ให้ซ่