ไม่เช่นนั้นผ่านไปสามวันแล้ว ยังจะหาเจ้าเด็กที่ชื่อหลินมู่อวี่ไม่พบได้อย่างไรกัน”
ลู่ซุ่นส่ายหน้าตอบ “ไม่มีทาง การดมกลิ่นของวิญญาณยุทธ์สุนัขฉายเฉวี่ยน (ชิบะ) ของข้าไม่เป็นสองรองใคร ต้องไล่ทันอย่างแน่นอน”
หวังเป่าอดหัวเราะเยาะไม่ได้ “วิญญาณยุทธ์สุนัขฉายเฉวี่ยนอะไรนั่นของเจ้า ก็แค่สุนัขป่าระดับสิบ ยังกล้ามาพูดว่าไม่เป็นสองรองใคร ไม่กลัวถูกคนหัวเราะเยาะหรือไง! รีบไปกันเถอะ ถ้าหาหลินมู่อวี่เจอ จะได้เอากระบี่แทงมันซะ พวกเราสองคนจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าอาหารการกินอีกต่อไป หนึ่งแสนเหรียญทองเลยนะ พอให้พวกเราซื้อคฤหาสน์หลังโตในจักรวรรดิได้เลย แล้วซื้ออนุอีกสักยี่สิบนาง ร่ำสุราให้เมามาย ใช้ชีวิตสำราญทุกค่ำคืน!”
ลู่ซุ่นแค่นหัวเราะแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ในตอนนี้เองจู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง มีคนถือดาบยาวพุ่งเข้ามา พูดด้วยเสียงดังผิดปกติ “เฮ้ย พวกเจ้าสองคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
หวังเป่าและลู่ซุ่นหยุดเท้าลงทันที มองผู้ที่มาเยือนตกใจเงียบๆ ด้านความน่าเกรงขามก็แพ้ให้กับคู่ต่อสู้แล้ว อีกฝ่ายนั้นยกดาบที่หนักอย่างน้อยกว่าร้อยจิน (1จิน เท่ากับ500กรัม) ด้านพละกำลังก็ชนะขาดพวกเขาสองคน
“พวกเจ้าเห็นเจ้าเด็กนี่หรือไม่” ผู้ที่มานั้นหยิบประกาศนำจับที่เหมือนกันเด๊ะๆ ออกมา
หวังเป่าหรี่ตาลงแล้วยิ้มน้อยๆ “ไม่เห็นเลยขอรับ นี่…พี่ชายใช้ดาบขนาดใหญ่มาก หรือว่าท่านจะเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์กวานหยาง”
กวานหยางหัวเ