อสนีบาตของจริง”
ตอนแรกหลินมู่อวี่นึกว่าตนเองประสบความสำเร็จเล็กๆ แล้ว แต่พอเทียบกับอานุภาพพิฆาตอสนีบาตของชวีฉู่นั้น ก็ทำให้รู้ว่าตนเองยังไปไม่ถึงระดับต้นเลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นหลินมู่อวี่จึงฝึกฟาดกระบี่ต่อไปเรื่อยๆ ถึงขั้นที่ลืมกินลืมนอนเลยทีเดียว
ส่วนชวีฉู่ก็ถอนดอกสาลี่เหล็กมาหนึ่งต้นแล้วนั่งอยู่แถวนั้น ค่อยๆ ใช้ฝ่ามือพิสุทธิ์สกัดแก่นโอสถ ทว่าฝ่ามือพิสุทธิ์ของเขารุนแรงเกินไป จนชั้นเหล็กของดอกสาลี่เหล็กระเบิดแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แสดงว่าสกัดแก่นโอสถล้มเหลว แก่นโอสถของดอกสาลี่เหล็กนี้ปนเปื้อนและถูกทำลายแล้ว
หลินมู่อวี่มองอยู่ห่างๆ แล้วส่ายหน้า ราวกับจะบอกว่าเรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ชวีฉู่ก้มหน้าลง รู้สึกอับอายยิ่งนัก เขาควบคุมระดับความรุนแรงของปราณได้ไม่ดีเท่าหลินมู่อวี่ อย่างน้อยตอนใช้ฝ่ามือพิสุทธิ์ก็เป็นเช่นนั้น การสกัดแก่นโอสถต้องการพลังที่นุ่มนวลเพียงพอ จะใช้พลังมากไปหรือน้อยไปก็ไม่ได้
จนกระทั่งฟ้าใกล้สาง ในที่สุดหลินมู่อวี่ก็ทนไม่ไหว จึงเอนตัวลงนอนไม่ห่างจากถังเสี่ยวซีมากนัก แต่นอนไปได้ไม่ถึงสามชั่วยามก็ถูกชวีฉู่ปลุกให้ตื่นขึ้น ชวีฉู่เหมือนคนที่ไม่จำเป็นต้องหลับต้องนอน เขาไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน แต่กลับดูแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า กอบแก่นโอสถกองหนึ่งมาถามหลินมู่อวี่ “เจ้าดูนี่ ระดับความบริสุทธิ์ของแก่นโอสถเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้าง”
หลินมู่อวี่กวาดตามองแล้วเอ่ย “ดีกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ขยันฝึ