งวัลของร้านโอสถไป่หลิง หนึ่งร้อยเหรียญทอง ข้ายินดีด้วยจริงๆ แต่…”
เขาหยิบป้ายสีดำอันหนึ่งออกมาจากเอวแล้วหัวเราะ “แต่ว่าป้ายอาญาสิทธิ์นี้ ปีนี้ยังไงก็ต้องเป็นของข้าฮว๋าหวัน เพราะลูกศิษย์ร้านโอสถไป่หลิงมีแต่พวกขยะ ไม่มีใครเชิดหน้าชูตาได้สักคน”
“เจ้าว่าอะไรนะ”
จ้าวซินค่อนข้างวู่วามจึงตะโกนออกมา “ฮว๋าหวัน ระวังคำพูดของเจ้าหน่อย!”
ฮว๋าหวันหัวเราะอย่างเย็นชา แล้วโยนถุงเงินลงบนพื้น กำหมัดแล้วไขว้แขนสองข้างเป็นรูปกากบาทที่อก พลังงานสายหนึ่งก็ห่อหุ้มร่างชายหนุ่มก่อนจะแปรสภาพเป็นเกราะวิญญาณ แสยะยิ้มน้อยๆ “ว่ายังไง อยากจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของข้าสักหน่อยไหม ก็ได้ วันนี้ข้าจะจัดการพวกขยะอย่างเจ้าให้เรียบ ลานประลองอีกสามวันข้างหน้าข้าจะได้ไม่ต้องเห็นใบหน้าที่น่ารังเกียจของพวกขยะอย่างเจ้า”
จ้าวซินตวาดด้วยความโกรธ “หนึ่งต่อหนึ่ง เจ้ากล้ารึเปล่า”
“ทำไมข้าจะไม่กล้า”
ฮว๋าหวันหันไปหาลูกน้องที่อยู่ข้างหลังแล้วตะโกนสั่ง “พวกเจ้าทุกคน ห้ามขยับแม้แต่ปลายนิ้ว ถึงข้าจะถูกอัดจนตาย ก็ห้ามสอดมือเข้ามายุ่ง!”
จอมยุทธ์เหล่านั้นคารวะ “ขอรับ นายน้อย!”
ฮว๋าหวันตั้งท่าพร้อมสู้นานแล้ว วาดเท้าเป็นวง ดูมีท่าของยอดฝีมือพอสมควร แถมยังไม่ชักอาวุธอีกด้วย ยืนกำหมัดแค่นั้น ก่อนจะหัวเราะเยอะออกมา “เข้ามาเลย เจ้าขยะ!”
จ้าวซินส่งเสียง พร้อมชักกระบี่เหล็กที่อยู่ด้านข้างออกมา บนกระบี่เหล็กนั้นมีคลื่นลมปราณสองชั้นห่อหุ้มอยู่ พละก