้วทั้งหมดสิบอัน และเมืองหยินซานก็มีอยู่แค่อันเดียวเท่านั้น ผู้ที่ครอบครองป้ายอาญาสิทธิ์จะได้รับส่วนลดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเมื่อซื้อโอสถจากร้านโอสถทุกร้าน แถมยังได้รับการเคารพจากสมาพันธ์โอสถ แน่นอนว่าป้ายอาญาสิทธิ์มีแต่ผู้เก่งกล้ามากความสามารถแห่งโลกการปรุงโอสถเท่านั้นถึงจะได้มาครอบครอง”
ฉู่เหยาที่อยู่ด้านข้างหน้าตาไม่พอใจ “น่าเสียดาย กฎของเมืองหยินซานกำหนดให้ผู้มากความสามารถในการปรุงโอสถที่มีอายุต่ำกว่าสามสิบปีเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ประลองยุทธ์เพื่อชิงป้ายอาญาสิทธิ์พูดให้น่าฟังก็คือ ‘เก่งทั้งยุทธ์เชี่ยวชาญทั้งยา’ แต่ว่านักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ในเมืองหยินซานนั้นมีเพียงฮว๋าหวันที่มีฝีมือสูงสุด วิญญาณสงครามระดับที่ยี่สิบเก้า ซึ่งไม่มีผู้ใดต่อกรกับเขาได้”
หลินมู่อวี่ประหลาดใจ “วิญญาณสงครามระดับยี่สิบของพี่ฉู่เหยามีโอกาสชนะเขาหรือไม่”
ฉู่เหยากัดฟันกรอด “วิญญาณยุทธ์ของข้าไม่แข็งแกร่งเท่าของเขา แถมท่านเจ้าเมืองฮว๋าเทียนยังเชิญอาจารย์ยอดฝีมือมาสอนทักษะยุทธ์แก่บุตรชายสุดที่รักของเขาจำนวนมาก แต่ข้า…ข้าไม่เคยเรียนทักษะยุทธ์เลย…”
“ไม่เคยเรียน…เพราะอะไรหรือ”
ฉู่เฟิงที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจยาว “ต้องโทษปู่ไม่เอาไหนอย่างข้า ตำราทักษะยุทธ์นั้นแพงเกินไป ฉบับที่ดีหน่อยอย่างน้อยก็สิบเหรียญทอง แล้วร้านโอสถไป่หลิงของเราจะไปเอาเงินมากขนาดนั้นมากจากไหน แถมอาเหยายังเป็นเด็กผู้หญิง ข้าจึงไม่ได้ให้นางเอาดีทางด้านฝึกย