้านต่างมี “เวทีจัดแสดง” เล็กๆ ซึ่งความจริงก็คือโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเล็กสำหรับจัดวางโอสถที่เตรียมมา และรอให้กรรมการมาตรวจวัดระดับของโอสถชายในชุดคลุมยาวสองสามคนลงจากเวทีแล้วเดินผ่านโต๊ะโอสถแต่ละแถว แต่ละคนถือเครื่องมือประหลาดที่ดูเหมือนแท่งแก้วเอาไว้คนละหนึ่งแท่ง พวกเขาจุ่มเครื่องมือเหล่านั้นเข้าไปในขวดโอสถแต่ละขวด ก่อนจะตะโกนบอกระดับและเกรดของโอสถเหล่านั้นเสียงดัง“ร้านโอสถผิงหนาน โอสถรักษาโรคระดับสี่ เกรดหก!”“ร้านโอสถชางหู โอสถผิวศิลาระดับสี่ เกรดห้า!”“ร้านโอสถเทียนชิง โอสถฟื้นพลังเทพระดับห้า เกรดสี่!”หลังจากวัดระดับโอสถของร้านต่างๆ มาหลายร้าน ในที่สุดผู้ตรวจโอสถก็มาถึงโต๊ะของห้างโอสถเสินอวี่ ซึ่งเป็นห้างโอสถของลูกชายเจ้าเมือง ผู้ตรวจโอสถโค้งคำนับ ก่อนจะเริ่มวัดระดับยาที่อยู่ด้านหน้าชายหนุ่ม แล้วประกาศเสียงดัง “ห้างโอสถเสินอวี่ โอสถฟื้นพลังเทพระดับห้า เกรดสอง! โอสถพลังเทพระดับหก เกรดสี่! โอสถนิทราระดับเจ็ด เกรดสี่!”พวกนี้อาจเป็นโอสถที่ระดับและคุณภาพสูงสุดในงานนี้ก็เป็นได้พลันเสียงเชียร์และโห่ร้องยินดีก็ดังไปทั่ว แม้แต่ชวีฉู่ยังถึงกับลูบเคราขาว พร้อมเอ่ยขึ้น “ไม่นึกว่าท่านเจ้าเมืองฮว๋าเทียนจะปรุงยาระดับเจ็ด เกรดสี่ขึ้นมาได้ ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีโดยแท้ เกรงว่าอีกไม่กี่ปี ท่านเจ้าเมืองคงจะได้เป็นราชาโอสถเป็นแน่!”ฮว๋าเทียนยิ้มถ่อมตน “มิกล้าๆ โอสถระดับเจ็ด เกรดสี่นั่น ข้าแค่บังเอิญทำขึ้นมา