ื้นฐานที่สุดในตำราอย่างน้อยก็เป็นระดับห้าหรือมากกว่านั้น เจ้าเข้าใจต่างหากถึงจะแปลก”ขณะที่พูด ฉู่เฟิงก็ชูตะเกียงในมือขึ้น แล้วพูดกับหลินมู่อวี่ด้วยท่าทีเป็นห่วง “อาอวี่ ถอดเสื้อเจ้าออก ให้ข้าดูบาดแผลเจ้าหน่อย”หลินมู่อวี่ถอดเสื้อออกอย่างเชื่อฟัง เผยให้เห็นบาดแผลรูปกากบาทนับสิบแห่งบนแผ่นอก ฉู่เฟิงมองแผลเหล่านั้นด้วยความสงสารแล้วถามว่า “เจ้าเด็กที่น่าสงสาร ตอนนั้นเจ้าต้องเจ็บมากแน่ๆ เลยใช่ไหม”“ก็พอไหว…ข้าแค่ไม่อยากกลายเป็นมื้อเย็นของเจ้าหมาป่าวายุตัวนั้นมากกว่า”“เจ้าฆ่าหมาป่าวายุอายุแปดร้อยปีด้วยมือเจ้าเองจริงหรือ”“จริงเจ้าค่ะ” ฉู่เหยาพูดต่อ “ข้าจำได้ว่า ตอนนั้นอาอวี่เลือดโชกไปทั้งตัว เขาเผด็จศึกมันด้วยหมัดที่ร้ายกาจสุดๆ ข้าแทบไม่เชื่อสายตาตอนที่เห็นตับไตไส้พุงของหมาป่าวายุทะลักออกมาจากร่างเลยล่ะ ท่านปู่ ข้าคิดว่าศักยภาพของอาอวี่นั้นสูงกว่าข้ามาก บางที…เขาอาจจะเหมาะกับการฝึกยุทธ์ก็ได้นะเจ้าคะ”“จริงรึ”แววตาชราภาพสีขุ่นของฉู่เฟิงพลันเป็นประกาย ก่อนถามด้วยความดีใจ “อาอวี่ เจ้าอยากฝึกยุทธ์หรือไม่ หากเจ้าต้องการ พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาเจ้าไปวัดระดับพลังที่วิหารสงครามศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหยินซาน ไม่ว่าจะต้องเสียเงินแค่ไหน ข้าก็จะจ้างอาจารย์ที่ดีที่สุดในวิหารมาสอนยุทธ์เจ้าให้ได้ เจ้าว่าอย่างไร”“ขอรับท่านปู่ ข้าอยากจะลองดู” หลินมู่อวี่พยักหน้าอย่างจริงจัง เขาตระหนักแล้วว่าในโลกที่ถ้ามีพลังไม่แกร