าฝุ่นจับเขรอะเล่มหนึ่งอยู่ด้านใน ฉู่เหยาเป่าฝุ่นที่อยู่บนปกออก ชื่อบนปกตำราและด้ายเย็บที่เปื่อยไปแล้วโผล่ขึ้นมาให้เห็น บนหน้าปกมีตัวอักษรโบราณเขียนไว้ว่า…คัมภีร์เทพโอสถ!“คัมภีร์เทพโอสถ?”หลินมู่อวี่หัวเราะ “ดูท่าพวกเราจะเจอของดีเข้าแล้วล่ะ พี่ฉู่เหยา ท่านปู่ไม่สามารถผ่านระดับปรมาจารย์โอสถไปได้สักที คงจะต้องการตำราแบบนี้ใช่ไหม”ฉู่เหยาพยักหน้า “อือ ด้วยฝีมือการปรุงโอสถของข้าตอนนี้ยังอ่านไม่เข้าใจ นำกลับไปให้ท่านปู่เถอะ!”“ตกลง!”ฉู่เหยาเปิดตำราที่สภาพยับเยินนี้ออก และเป็นไปอย่างที่คิด นางไม่เข้าใจเนื้อหาที่เขียนไว้เลย แก่นโอสถและตำรับที่ต่างกันออกไปดูล้ำลึก นางสอดตำราเล่มนั้นไว้ที่หน้าอก นำกลับไปให้ปู่ฉู่เฟิงค่อยๆ ศึกษา แต่สำหรับหลินมู่อวี่ในฐานะที่เป็นนักปรุงโอสถระดับสุดยอดปรมาจารย์ ตำรับยาตั้งแต่ขั้นที่หนึ่งไปจนถึงขั้นเทวะเขารู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่สนใจตำราเทพโอสถนี้แม้แต่น้อย เขาปรายตามองไปที่ตัวอักษรเหล่านั้น พบว่ามีหลายตัวอักษรเลยที่ไม่รู้จัก รู้สึกว่าตนเองต้องอ่านให้มากเสียแล้วราตรีย่างกรายเข้ามา พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อได้ หลังจากทั้งสองตกลงกัน และตัดสินใจที่จะค้างแรมกันด้านนอกถ้ำ เพราะในรังของพยัคฆ์กระหายเลือดมีซากศพเต็มไปหมด ฉู่เหยากังวลว่าตัวนางคงจะหลับไม่ลงเดินทางโดยไม่ได้หยุดพักมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสหยุดพักเสียทีไม่รู้ว่าหลินมู่อวี่ไปได้หมวกเกราะมาจากไหน เขาก่อกอ