งไฟขึ้นที่นอกถ้ำ เติมน้ำจนเต็มหมวกเกราะ และต้มเนื้อพยัคฆ์กระหายเลือดในน้ำที่กำลังเดือด เนื้อของสัตว์วิญญาณอายุสี่พันปีนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้โดยง่าย ดังนั้นจึงต้มให้เนื้อเปื่อยได้ยาก หลังจากสองชั่วโมงผ่านไป กลิ่นของเนื้อที่สุกก็ลอยขึ้นมา ทั้งสองหิวจนหน้ามืดตาลาย แบ่งเนื้อกันกิน จากนั้นผลัดกันดื่มน้ำต้มเนื้อ หลังจากอิ่มแล้ว พวกเขานำฟางแห้งมาปูเป็นเตียงสำหรับนอนที่ใต้ต้นไม้เผลอแป๊ปเดียว ฉู่เหยาที่เหนื่อยล้าก็หลับลงอย่างรวดเร็วหลินมู่อวี่ใส่โอสถสมานแผลที่เขาปรุงขึ้นเองลงบนบาดแผล แผลสมานเข้าด้วยกันแล้ว จึงเอนกายนอนลงกับพื้นดูดาวบนท้องฟ้า ย้อนคิดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เขามาถึงโลกใบนี้ ถ้าไม่ใช่ปู่ฉู่เฟิงและฉู่เหยาให้ที่พักพิงกับเขา ตัวเขาที่ไม่มีอะไรเลย คงเอาชีวิตไม่รอดบนโลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่และเหยียบย่ำผู้อ่อนแอกว่าใบนี้แต่ในเวลานี้ หลินมู่อวี่พบว่าตนเองไม่เพียงแต่มีทักษะหล่อหลอม แม้แต่ฝีเท้าดาวตกก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วย แถมพลังปราณในร่างที่กล้าแข็งขึ้นทุกวัน เขามั่นใจว่าจะกลายเป็นยอดฝีมือได้ เช่นนั้นเรื่องที่ต้องทำตอนนี้ก็คือพัฒนาตนเองอย่าได้หยุด เพื่อปกป้องปู่ฉู่เฟิงและพี่ฉู่เหยา เป็นไปได้ว่าตัวเขาอาจจะกลับไปโลกเดิมไม่ได้อีก ฉะนั้นพวกเขาทั้งสองจึงเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของตนเองบนโลกใบนี้ในตอนนี้เอง ฉู่เหยาครางออกมา อาจเป็นเพราะรู้สึกหนาว นางจึงซบหน้าเข้ากับแผงอกของหลินมู่อวี่ ได้ก