ลิ่นหอมจากตัวนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของนางเป่ารดต้นคอหลินมู่อวี่ ทำให้เขาอดคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาไม่ได้ เขาก้มหน้ามอง ฉู่เหยากอดเขาอยู่ เนินเนื้อขาวเนียนดั่งหิมะกดแนบแผ่นอกเขาอย่างภาคภูมิ กระเพื่อมขึ้นลงตามการหายใจอยู่ใต้แสงจากเปลวไฟ ราวกับกระต่ายหิมะที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนนุ่มในไม่ช้า หลินมู่อวี่ก็เผลอหลับไปเช่นกัน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่จู่ๆ เขารู้สึกทันทีว่า ฉู่เหยาที่อยู่ในอ้อมกอดขยับตัว เขาลืมตาขึ้น กำลังจะเอ่ยถาม แต่กลับถูกอีกฝ่ายใช้มือปิดปากเอาไว้ ดวงตาคู่งามของนางจ้องเขา แล้วค่อยๆ เงยหน้าเป็นนัยให้มองด้านบน หลินมู่อวี่มองขึ้นไป ตกใจจนวิญญาณเกือบจะหลุดออกจากร่าง เห็นหมาป่าขนสีครามตัวใหญ่ยืนอยู่บนโขดหิน กำลังจ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาโหดเหี้ยมมันเป็นสายตาของนักล่าที่กำลังสังเกตเหยื่อของมันหมาป่าวายุ!หลินมู่อวี่ใจเต้นตึกตัก หมาป่าวายุเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ว่องไว โจมตีประหนึ่งสายฟ้าฟาด ถ้าพวกมันปรากฏตัวขึ้นเป็นกลุ่ม ก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
หลังจากใช้วิชาฝีเท้าดาวตกมาหนึ่งชั่วโมง ขาทั้งสองข้างของหลินมู่อวี่เริ่มหมดแรง ดังนั้นเขาจึงเดินด้วยท่วงท่าที่ตลกขบขัน จนฉู่เหยาหัวเราะคิกคักออกมา
หลินมู่อวี่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงเดินต่อไปด้วยท่าทางที่ตลกขบขันไปทีละก้าวๆ ฉู่เหยารู้สึกละอายใจขึ้นมา จึงเข้าไปช่วยพยุงหลินมู่อวี่ เดินไปด้วยกัน นางพูดเสียงเบาขึ้น “ยามราตรีเป็นเวลาที่สัตว์วิญญาณจะปรากฏตัวขึ้น