ฉะนั้นเราต้องหาถ้ำของพยัคฆ์กระหายเลือดให้พบก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และค้างคืนที่นั่น วันรุ่งขึ้นฟ้าสว่างค่อยออกเดินทางกลับให้ถึงเมืองหยินซานก่อนพระอาทิตย์ตกดิน”
“อืม”
ฉู่เหยาเป็นเด็กสาวที่มีมันสมอง รู้ว่าละแวกนี้เป็นถิ่นของพยัดฆ์กระหายเลือด ส่วนรังของพยัคฆ์กระหายเลือด พวกสัตว์วิญญาณระดับต่ำจะไม่กล้ามาท้าทายแน่นอน ดังนั้นการค้างคืนในถ้ำของพยัคฆ์ร้ายจึงค่อนข้างปลอดภัย
โชคเข้าข้างทั้งสองคน เดินไม่ถึงสองชั่วโมงก็เจอถ้ำของพยัคฆ์กระหายเลือดแล้ว ทั้งสองใช้กิ่งไม้และยางไม้เพื่อทำคบไฟ เมื่อจุดไฟสำเร็จ ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในถ้ำทันที กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ เศษกระดูกกระจัดกระจายไปทุกถ้ำ มันคือซากโครงกระดูกของสัตว์ร้าย กระดูกของมนุษย์ ศพบางศพยังสวมเกราะอยู่เลย แต่เนื้อถูกควักออกไม่เหลือ
“เฮือก…”
ความหวาดกลัวปรากฏอยู่บนใบหน้าของฉู่เหยา เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินมู่อวี่จับมือของนางไว้ เป็นนัยว่าไม่ต้องตื่นตระหนก
เมื่อเดินลึกเข้าไปในถ้ำ สภาพโดยรอบกลับดูแห้งและอุ่นขึ้นมาก ที่นอนของพยัคฆ์กระหายเลือดทำด้วยหญ้าแห้ง ทว่าของมีค่าดูเหมือนจะมีแค่ก้อนหินไร้ค่า ยังมีเหรียญทองและเหรียญเงินสองสามเหรียญ น่าจะเป็นของที่นายพรานพวกนั้นทิ้งไว้ นอกจากนี้ ยังมีมีดสั้นอยู่คู่หนึ่ง ส่องประกายแวววาว ทันทีที่เห็นก็รู้เลยว่าไม่ใช่ของธรรมดา
หลินมู่อวี่หยิบมีดสั้นขึ้นมากวัดแกว่งไปมาสองสามครั้ง ก่อนที่จะยิ้มออกมา “นี่ไม