ม้นี้ออกเป็นสองส่วนได้แน่ ส่วนเชือกที่มัดเอวอยู่ ก็ไม่ได้แน่นมาก ทั้งสองคนกระโดดขึ้นพร้อมกันเพื่อให้เชือกเลื่อนขึ้นไปด้านบนและหลุดออก มีเพียงวิธีนี้วิธีเดียว ถึงแม้จะอันตราย แต่หลินมู่อวี่ก็ไม่มีแผนอื่นแล้วจริงๆ จึงได้แต่ต้องเสี่ยง
“โฮกกกกก”
มันไม่ปล่อยให้คนรอนานเลยจริงๆ เสียงคำรามดังมาแต่ไกล สะเทือนไปทั้งภูเขา พยัคฆ์คือราชันแห่งพงไพร แถมตอนนี้ยังเป็นสัตว์วิญญาณทรงพลังอายุสี่พันปีอีกด้วยความน่าเกรงขามนี้ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน
“มาแล้ว….”
หลินมู่อวี่พูดเสียงเบา “พี่ฉู่เหยา เตรียมพร้อมนะ!”
“อือ!”
ฉู่เหยาหยุดร้องไห้แล้ว กฎแห่งธรรมชาติผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง นางเข้าใจดี จะต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยตนเอง มิเช่นนั้นก็คงไม่มีใครมาช่วยให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นหรอก
นัยน์ตาเหยี่ยวลุกขึ้นยืนทันที มือจับขวานศึก พูดเสียงต่ำว่า “ทุกคนเตรียมพร้อม!”
“โฮกกก”
เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คลื่นลมปราณที่รุนแรงแล่นไปทั่วผืนป่า ไกลออกไป พยัคฆ์ร้ายขนสีแดงเพลิงทั้งตัวปรากฏกายขึ้นบนเทือกเขา เหนือหัวของมันมีสีทองสี่เส้นส่องสว่างอยู่ใต้แสงอาทิตย์ กลิ่นอายดุร้ายปกคลุมจนน่าเกรงขาม สายตาที่ไร้แววปรานีจับจ้องไปที่หลินมู่อวี่ที่ถูกมัดติดอยู่กับต้นไม้
หลินมู่อวี่วิเคราะห์จากความเร็วและระยะห่างของพยัคฆ์กระหายเลือด พูดขึ้นทันที “พี่ฉู่เหยา ก้ม!”
จังหวะที่ทั้งสองคนย่อตัวลง กรงเล็บของพยัคฆ์กระหายเลือดว