่อวี่แบมือข้างขวาออก ฝ่ามือพิสุทธิ์ม้วนอากาศกลายเป็นเกลียวคลื่น หมุนวนเร่งการผสมรวมกันของสมุนไพรทั้งสามชนิด ขั้นตอนนี้ทำให้ฉู่เหยาตกตะลึงเป็นยิ่งนัก นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าฝ่ามือบริสุทธิ์ก็ใช้แบบนี้ได้ด้วย
“เรียบร้อย!”
หลังจากหลอมรวมแก่นโอสถเสร็จก็เติมน้ำอุ่นปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้โอสถสมานแผลมีลักษณะเป็นครีมเหนียวข้น ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้แก่นโอสถผสมกันได้มากขึ้นด้วย
ฉู่เหยาหยิบจานใบเล็กนั้นมา สูดหายใจเข้าลึกๆ และยิ้ม “กลิ่นหอมจัง อาอวี่ ข้าไม่เคยได้กลิ่นโอสถสมานแผลที่หอมแบบนี้มาก่อนเลย!”
หลินมู่อวี่ยิ้มบาง “เมื่อผสมหญ้าด้ายเงินและดอกรัตติกาลเข้าด้วยกัน จะมีกลิ่นหอมออกมา กลิ่นของมันช่างหอมยิ่งนัก”
ฉู่เหยาหัวเราะและเอ่ยว่า “อาอวี่ เจ้าปรุงโอสถสมานแผลเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย พรุ่งนี้เรานำไปขายที่ตลาดกัน น่าจะได้ราคาดี! เอาล่ะ ศิษย์พี่คนนี้จะช่วยเจ้าปรุงโอสถเอง”
“อืม ได้!”
ทั้งสองปรุงยาสมานต่อจวบจนรุ่งเช้า ในที่สุด ความง่วงนอนก็เข้าจู่โจม หลินมู่อวี่ใช้ปราณในร่างมากเกินไป เขาฟุบหลับสนิทอยู่บนโต๊ะปรุงโอสถ
เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าข้างกายยังมีสาวงามนางหนึ่งพิงเขาอยู่ด้วย นั่นก็คือฉู่เหยานั่นเอง
แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาทางช่องประตู ฉู่เหยายืดแขนบิดขี้เกียจ แล้วมองหลินมู่อวี่ที่อยู่ด้านข้าง และอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงด้วยความขวยเขิน “อาอวี่ พวกเราผล็อยหลับไปได้ยังไงเนี่ย”
หลินมู่อวี่ขยี้ตา “น่าจะสกัดแก่