เป็นปรมาจารย์โอสถแล้วหรือนี่…”
ฉู่เหยาพูดขึ้นไม่ยอมแพ้ “ห้างโอสถเสินอวี่ร่ำรวยล้นฟ้า แถมยังมีจวนเจ้าเมืองหนุนหลัง ถึงจะเป็นสมุนไพรระดับเจ็ด ระดับแปดพวกเขาก็มีพร้อม ร้านโอสถไป่หลิงของเรามีสมุนไพรสูงสุดแค่ระดับห้า แน่นอนว่าเอามาเปรียบกันไม่ได้ มิเช่นนั้นข้า…ข้าก็สามารถ…”
พอพูดไปเรื่อยๆ ฉู่เหยาก็ดูละอายใจไม่กล้าที่จะพูดต่อ แต่ยังคงห่อปาก ท่าทางโมโหอยู่
หลินมู่อวี่เห็นแล้วนึกขัน จึงถามขึ้น “พี่ฉู่เหยา ปรมาจารย์โอสถหมายความว่าอะไรหรือ”
“แม้แต่เรื่องนี้เจ้าก็ไม่รู้?”หวังหยิ่งหัวเราะเยาะหลินมู่อวี่ ราวกับจะบอกว่าคนผู้นี้ไม่คู่ควรที่จะให้อยู่ที่ร้านโอสถต่อ
ฉู่เหยาถลึงตาใส่หวังหยิ่ง ก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็น “อาอวี่ ในโลกของการปรุงโอสถมีการแบ่งขั้นระดับ โดยระดับเหล่านี้ถูกควบคุมโดยสมาพันธ์โอสถของจักรวรรดิแบ่งออกเป็นหกระดับ ได้แก่ศิษย์ฝึกหัด นักปรุงโอสถ ปรมาจารย์โอสถ ปราชญ์โอสถ ราชาโอสถ เทพโอสถ โดยศิษย์ฝึกหัดสามารถปรุงโอสถระดับที่1-2นักปรุงโอสถปรุงโอสถระดับที่3-4ปรมาจารย์โอสถปรุงโอสถระดับที่5-6ปราชญ์โอสถปรุงโอสถระดับที่7-8ราชาโอสถปรุงโอสถระดับที่9ส่วนเทพโอสถปรุงโอสถระดับที่10ได้ เข้าใจรึยัง”
“อืม ขอบใจพี่ฉู่เหยา” หลินมู่อวี่พยักหน้า แล้วหันไปถามฉู่เฟิง “แล้วท่านปู่อยู่ระดับใดหรือ”
ฉู่เฟิงรู้สึกกระอ่วนใจก่อนจะตอบ “ข้าเกิดมาในครอบครัวยากจน ตอนนี้จึงเป็นแค่ปรมาจารย์โอสถเท่านั้น”
ฉู่เหยาพูดขึ้น “ใ