ดวงตาสดใสและมีชีวิตชีวาดึงดูดใจฉู่เหยา ด้วยเหตุนี้เองนางจึงอยากให้เขาอยู่ที่นี่ต่อ เมื่อได้ยินหลินมู่อวี่ตกปากรับคำ นางถึงกับปรบมืออย่างมีความสุข แล้วเอ่ยว่า “เจ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ดี ศิษย์ฝึกหัดทุกคนร่ำเรียนวิชาปรุงโอสถภายใต้การสั่งสอนของท่านปู่ข้า เจ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่หญิงแล้วล่ะ!”
หลินมู่อวี่กลั้นยิ้มไม่อยู่ “ให้ข้าเรียกท่านว่าพี่ฉู่เหยาเหมือนเดิมเถอะ”
“อืม ตามใจเจ้า!”
ฉู่เหยาปลาบปลื้มยิ่ง ทว่าเด็กหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าปีที่ยืนอยู่ข้างนางดูไม่ค่อยพึงใจนัก เขาคิ้วขมวดและเอ่ยว่า “อาเหยา เจ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากท่านอาจารย์ รับคนเข้าร้านโอสถไป่หลิงอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง”
คนผู้นี้มีนามว่าหวังหยิ่ง เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งร้านโอสถไป่หลิง และเป็นหนึ่งในนักปรุงโอสถอย่างเป็นทางการของร้านโอสถไป่หลิง
ฉู่เหยาไม่พอใจและพูดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่อาอวี่ตัวคนเดียวตกระกำลำบากในเมืองหยินซาน เป็นโชคชะตาที่ข้าได้ช่วยเหลือไว้ ข้าไม่อาจละทิ้งเขาไว้ตามลำพังในเมืองหยินซานนี้ จะว่าไป อาอวี่รู้จักสมุนไพร นั่นหมายความว่าเขามีวาสนากับการปรุงโอสถ ข้าเชื่อว่าพอท่านปู่กลับมาจะต้องเห็นด้วยกับข้าแน่นอน”
หวังหยิ่งไม่พอใจ “หลินมู่อวี่ ข้ารู้ว่าฉู่เหยาเก็บเจ้ามาจากป่าสัตตะดารา ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเป็นใคร แต่ถ้าเจ้าอยากจะอยู่ที่ร้านโอสถไป่หลิงก็ต้องแสดงความสามารถออกมา แม้ร้านโอสถไป่หลิงของเราจะมิได้มีชื่อเสียงมากมายนัก