คราวนี้สีหน้าของโจวเฉิงกลับไปเป็นใบหน้าที่ทุกข์เศร้าและมืดมนอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “คนที่ไม่มีพลังกายไม่มีอะไรเลย แต่ยังสามารถรอดจากภารกิจไล่ล่าแถมยังได้ที่หนึ่งแบบนี้ มันต้องเกี่ยวข้องกับการตายของลูกชายฉันอยู่แล้วสิวะ!”
“ต่อให้เด็กคนนั้นจะไม่ได้ฆ่าลูกชายฉัน แต่มันยังกล้ามากที่มาเอาของของลูกชายฉันไป…เค่อเหนียน ไปหามันและเอาตัวฉู่โม่วนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
ด้วยคำพูดของอีกฝ่าย
เค่อเหนียนก็พูดขึ้นด้วยความลังเลใจ “น… นายท่านครับ! มันมีกฎที่ห้ามผู้ฝึกยุทธ์ลงไม้ลงมือกับคนธรรมดาภายในฐานอยู่นะครับ! แล้วยิ่งฉู่โม่วนั่นเป็นคู่หมั้นของนักเรียนที่อยู่ในคลาสพิเศษของสถาบันอันดับหนึ่งด้วย! ขืนเรื่องนี้แดงขึ้นมาล่ะก็ ผมกลัวว่าพวกเราจะได้รับผลกระทบหนักเอานะครับ!”
“แล้วฉันบอกเหรอว่าจะลงไม้ลงมือกับเจ้านั่น?”
โจวเฉิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม “ฉันแค่บอกให้แกพาเด็กคนนั้นมาที่นี่ ฉันอยากจะถามอะไรเขาสักหน่อยด้วยตัวเอง ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ถ้าหมอนั่นเป็นคนลงมือฆ่าลูกชายของฉัน ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างสงบสุขแน่ ๆ!”
“นอกจากนี้…”
“แกเองก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง? ตราบใดก็ตามที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีหลักฐานอะไร ต่อให้ทางฐานจะมาสงสัยฉัน มันก็ไม่มีใครหน้าไหนที่จะกล้าบุ่มบ่ามใส่ฉันอยู่แล้ว!”