ยวเส้นเอ็นขาหลังของมันขณะมันพุ่งผ่าน
ฉึก!
ปลายตะขอเจาะเข้าใต้เกราะข้อต่อพอดี
หมาป่าร้องคำราม เสียหลักล้มไถลไปกับพื้น หลี่เฉินถูกแรงกระชากดึงจนไหล่แทบหลุด แต่เขากัดฟันดึงตะขอต่อสุดแรง แล้วใช้มีดชำแหละแทงเข้าใต้คางของมัน
ใบมีดสนิมไม่ลึกพอ
เกราะใต้คางแข็งกว่าที่คิด
หมาป่าตัวนั้นสะบัดหัวกลับมา กรงเล็บตะปบเฉี่ยวอกหลี่เฉิน เสื้อขาดเป็นทาง เลือดสาดออกมา เขากระเด็นไปชนลังไม้ เจ็บจนสายตาพร่ามัว
หมาป่าอีกตัวไม่รอ มันพุ่งเข้าหาอาซื่อที่ติดอยู่
“เวรเอ๊ย!”
หลี่เฉินคว้าเศษผลึกเลือดอสูรในแขนเสื้อออกมาแล้วปาใส่หน้ามัน
ผลึกกระแทกดวงตาหมาป่าพอดี แสงแดงระเบิดวาบเล็ก ๆ มันร้องลั่น หันกลับมาหาหลี่เฉินด้วยความโกรธ
หลี่เฉินหัวเราะเสียงแหบ “ใช่ มาทางนี้ ไอ้หมาขี้เรื้อน”
สัตว์อสูรทั้งสองตัวหันมาหาเขาพร้อมกัน
ชั่วขณะนั้น หลี่เฉินรู้ว่าตัวเองทำเรื่องโง่ที่สุดในชีวิต
แต่บางครั้ง การมีชีวิตอยู่แบบหมาใต้เท้าคนอื่นมานานเกินไป ทำให้คนเรายอมตายแบบยืนตรงมากกว่าหนีแบบคลาน
เขาคว้าตะขอเหล็กแน่น แล้วถอยทีละก้าวไปทางหลุมชำแหละ
หมาป่าตัวแรกขาหลังบาดเจ็บจึงเคลื่อนช้าลง ส่วนตัวที่สองตาบอดข้างหนึ่งและบ้าคลั่ง