กลิ่นเลือดเก่ากับสนิมเหล็กลอยปะปนอยู่ในอากาศของฐานเฮยหลินตลอดทั้งปี
สำหรับคนที่เกิดในฐานชั้นใน กลิ่นนั้นคือกลิ่นของสงครามที่อยู่ไกลตัว เป็นเพียงเรื่องเล่าจากกำแพงทิศเหนือ เป็นเสียงระฆังเตือนภัยที่ดังขึ้นเดือนละไม่กี่ครั้ง แล้วจบลงด้วยรายงานชัยชนะของกองล่าอสูร
แต่สำหรับหลี่เฉิน กลิ่นนั้นคือกลิ่นของข้าวเย็นหนึ่งชาม เสื้อผ้าขาด ๆ หนึ่งชุด และเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญที่พอจะทำให้เขารอดไปอีกวัน
เขายืนอยู่ใต้กำแพงเหล็กดำสูงเกือบร้อยจั้ง มือทั้งสองข้างลากตะขอเกี่ยวซากสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ถูกผ่าครึ่งลงมาจากเกวียนไม้ ลำตัวของมันใหญ่กว่าคนสองคนต่อกัน เกล็ดหนาตามหลังยังคงมีไอร้อนพุ่งออกมาเป็นระยะ แม้มันจะตายไปแล้วตั้งแต่ยามเช้า
“เฮ้ย ไอ้ไร้ตรา! เบามือหน่อย! หนังของมันขายได้ราคา ถ้าแกทำขาดอีก ข้าจะหักค่าแรงแกให้หมด!”
เสียงตะโกนดังมาจากชายร่างอ้วนที่นั่งอยู่บนลังไม้ เขาชื่อจางฝู เป็นหัวหน้าคนคุมลานชำแหละซากสัตว์อสูรของฐานเฮยหลิน หน้าผากมันมีตราพรสวรรค์รูปก้ามปูสีหม่นอยู่หนึ่งรอย แม้เป็นเพียงพรสวรรค์ก้ามปูระดับต่ำ และทำให้มันอยู่ได้แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้น แต่นั่นก็มากพอให้มันเหยียบหัวคนไร้