ฝ่าฉิงที่นั่งร่วมโต๊ะมองหลี่ลั่วแวบหนึ่ง แต่นางกลับไม่ได้พูดจาดูถูกเหยียดหยามเขาเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับนั่งดื่มน้ำเงียบๆ
ส่วนซ่งอวิ๋นเฟิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างเปิดเผย เขารู้สึกว่าถ้าเป็นคนรู้จักกาละเทศะละก็ ตอนนี้ควรจะรู้ว่าควรทำอย่างไร
จากนั้น เขาก็เห็นหลี่ลั่วนั่งลงข้างๆ เขาทันทีพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างขอบคุณ “เพื่อนร่วมชั้นอย่างไรก็ดีกว่าล่ะนะ ช่วยชีวิตข้าได้ถูกเวลาพอดี” จ้าวคั่วเองก็นั่งลงเช่นกัน
มุมปากของซ่งอวิ๋นเฟิงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หลี่ลั่ว ได้ยินว่าเจ้าก่อเรื่องอีกแล้วนะ ตอนนี้ในสวนไป๋หลิงมีคนจากวิทยาลัยอื่นอยู่มากมายขนาดนี้ เจ้าช่วยทำตัวให้มันสมเกียรติวิทยาลัยหนานเฟิงหน่อยได้ไหม? เจ้าเป็นแบบนี้ จะทำให้พวกข้าที่เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยหนานเฟิงเหมือนกันรู้สึกอับอาย”
เมื่อหลี่ลั่วได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “หากการกระทำของข้าทำให้เจ้ารู้สึกอับอายละก็ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบลาออกไปเถอะ”
คำพูดของหลี่ลั่วทำให้แววตาของซ่งอวิ๋นเฟิงฉายแววโกรธออกมาทันที ส่วนหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างกลับมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ซ่งอวิ๋นเฟิงยิ้มเย็น