ราะเบา ๆ
“เซียวซาน ข้าได้ยินมาว่า ก่อนหน้านี้เจ้าลงมือกับผู้บัญชาการหนิงแห่งกรมตรวจการสวรรค์ แล้วถึงกับดับหนึ่งในวิชาเทพประจำกายเขาต่อหน้าผู้คนใช่หรือไม่?”
สิ้นคำนี้ เซียวซานก็ก้มหน้าทันที สีหน้าเกรงกลัว “ขอท่านผู้ใหญ่โปรดอภัย เจ้าแซ่หนิงนั่นขัดขวางงานตรวจสอบ ข้าน้อยจำต้อง…”
“เช่นนั้นก็ไม่ได้!”
ลวี่หยางส่ายศีรษะ “เช่นนี้หลังจากนี้ยังมีผู้ใดกล้าที่จะเข้าใกล้กรมพระนครบาลอีกรึ? ให้ข้าสนใจหน่อย! กรมพระนครบาลหรือว่าคือรังมารแห่งเจียงเป่ยรึ?”
“…ขออภัยอย่างสูง”
เห็นเซียวซานก้มศีรษะลึก แสดงท่าทีสำนึกผิดยอมรับโทษ ลวี่หยางจึงพยักหน้า “แต่จะว่าไป ข้าก็พอเข้าใจเจ้าอยู่”
“เพียงแต่เจ้าก็เป็นเพียงขุนนางสังกัดกรมพระนครบาล หาได้มีตำแหน่งทางการไม่ จะไปลงมือกับผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์ชั้นสามต่อหน้าสาธารณชนได้อย่างไร?”
“ครั้งหน้าเจ้าต้องระวังให้มาก”
กล่าวจบ ลวี่หยางก็ยกมือตบไหล่เซียวซานสองครั้ง ก่อนล้วงหยิบถุงเก็บของที่พองแน่นออกมาจากอก แล้วยื่นใส่มือเขาอย่างง่ายดาย
“เก็บไว้ให้ดี งานตรวจค้นครั้งนี้เจ้าทำได้ไม่เลว ถือเป็นรางวัลส่วนตัวจากข้า”
“ซี้ด…” เซียวซานเผลอสูดลมหายใจแรงด้วยความตกตะลึง
นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน ไฉนถึงได้เบี้ยเลี้ยงอีกแล้ว?
ยิ่งดูจากความพองโตของมัน ขนาดหนายิ่งกว่าหมอนของเขาเสียอีก
เพียงชั่วขณะนี้ ยังมิทันต้องให้ลวี่หยางกระตุ้นพรสวรรค์หุ่นเชิด เซียวซานที่ได้รับของรางวัลก็เผยแววตาร้อ