ี่สิบสาม
จากนั้นพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของหลี่ลั่วก็ค่อยๆ หมองลงจนหมดสิ้น
นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพลังอัตลักษณ์ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว
รอบๆ เวทีมีเสียงแสดงความเสียดายดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
ส่วนบนใบหน้าอันบูดบึ้งของซ่งอวิ๋นเฟิงนั้นกลับปรากฏรอยยิ้มเย็นชาออกมา เขากัดฟันกล่าวว่า “หลี่ลั่ว ตอนนี้เจ้ายังมีลูกไม้อะไรอีกไหม?!”
ตูม!
เงาร่างของเขากระโจนออกไป พลังอัตลักษณ์สีแดงฉานทะลักออกมา กระทั่งดวงตาทั้งสองข้างก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไปด้วย ราวกับนกอินทรีที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่เต็มไปด้วยโทสะของซ่งอวิ๋นเฟิง หลี่ลั่วกลับไม่ได้ป้องกันตัวเองแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้เงาหมัดอันดุดันนั่นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ลมหมัดอันร้อนระอุถาโถมเข้ามา แต่ในตอนที่หมัดสีแดงฉานของซ่งอวิ๋นเฟิงอยู่ห่างจากใบหน้าของหลี่ลั่วเพียงชุ่น (นิ้ว) เศษเท่านั้น หมัดของเขาก็เหมือนกับถูกแช่แข็งเอาไว้
เพราะตอนนี้ได้มีฝ่ามือข้างหนึ่งคว้าจับข้อมือของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เขาไม่สามารถขยับฝ่ามือได้อีกเลย
ซ่งอวิ๋นเฟิงถลึงตามองอย่างเดือดดาล พบว่ากรรมการได้มายืนอยู่ข้างๆ เขาแล้ว เป็นกรรมการ