นโพ้นทะเล มาขอเศษเดนกินถึงเจียงตงของพวกเรา!”
“เจ้าที่ชื่อว่าตูฮ่วนอะไรนั่น อาศัยแต่การสอพลอประจบ สร้างผลงานเล็กน้อยไม่กี่ครั้ง ก็ทำตัวเอาใจฝ่าบาท จนได้งานนี้มาจากพระองค์ มหาเสนาบดี เรื่องนี้เราจะเพิกเฉยไม่ได้! นครเต๋าแห่งเจียงตงของข้า จะปล่อยให้พวกอสูรบำเพ็ญเพียรจากแดนโพ้นทะเลมายึดครองได้อย่างไร? ถึงวันนั้น บ้านเมืองจะยังเหลือรูปเหลือร่างอยู่หรือ!”
บนที่นั่งประธาน ชายชราผู้หนึ่งนั่งหลับตาไม่เอื้อนเอ่ยคำ
เพียงมองเผิน ๆ ก็เป็นเพียงชายชราธรรมดา ทว่าทันทีที่ลืมตาขึ้น ความรู้สึกที่ส่งต่อแก่ผู้พบเห็นกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ดุจงูเหลือมแปรเปลี่ยนเป็นมังกรแท้
เพียงลมหายใจเข้าออกของเขา ก็ดึงบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนทั่วเจียงตงให้สั่นสะเทือน สอดรับประสานกัน หลั่งไหลพลังอำนาจไร้ขอบเขตลงมาเกื้อหนุนกาย
เขาคือมหาเสนาบดีแห่งรัชสมัยนี้ หูจื้อฉุน
ควบคุมพฤกษาพื้นราบกุมถ้ำสวรรค์เสาหลักสมบัติสูงสุดและหนิงฮ่าวเหอในฐานะศิษย์ของเขา ก็เป็นเพราะการเสนอชื่อของเขา จึงได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์
“ฝ่าบาทคือไม่พอใจแล้ว”
หูจื้อฉุนสีหน้าเรียบนิ่ง “กรมตรวจการสวรรค์เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อฝ่าบาทมาโดยตลอด บัดนี้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้า ฝ่าบาทจะทรงตั้งหน่วยขึ้นมาใหม่ ก็เป็นเรื่องปกติอยู่”
ว่ากันว่าการที่หนิงฮ่าวเหอได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์ แท้จริงแล้วก็เพราะเบื้องหลังมีการแลกเปลี่ยนผลประโยช