ใจ “น่าจะเป็นเพราะมันดูถูกคู่ต่อสู้มากเกินไป จนไม่ทันได้ปล่อยพลังอัตลักษณ์ออกมาด้วยซ้ำ”
“โง่จริงๆ” ตี้ฝ่าฉิงส่ายหน้า
“ครั้งหน้ามันคงไม่โชคดีแบบนี้อีกแล้วละ”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างจ้องมองไปยังเงาร่างสูงเพรียว ที่ยืนถือกระบองเหล็กอย่างองอาจอยู่กลางสนามประลองด้วยสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อย ราวกับได้เห็นเด็กหนุ่มผู้องอาจสง่างามที่เคยหยอกล้อนางเรื่องความผิดพลาดในวิชาอัตลักษณ์ แต่ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ แก้ไขให้นางทีละน้อยไปด้วยในสมัยที่ยังอยู่ตึกหนึ่ง
“รอบต่อไป…”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ขยับริมฝีปากเล็กน้อย กล่าวเสียงเบาว่า “เกรงว่าเขาคงจะยังชนะอีก หรือบางที… เขาอาจจะชนะอีกสองรอบที่เหลือด้วยเลยก็เป็นได้”
คำพูดของนางทำให้เหล่านักศึกษามากความสามารถของตึกหนึ่งต่างมองหน้ากันทันที โดยเฉพาะเหล่าเด็กหนุ่มก็ได้เผยสีหน้าไม่พอใจและอิจฉาออกมาทันที
“เป็นไปไม่ได้หรอก... เจ้าเข้าข้างมันขนาดนี้ หรือว่าเจ้าจะสนใจในตัวหลี่ลั่วกัน?” มีคนตะโกนแซวขึ้นมาจากในฝูงชน
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของซ่งอวิ๋นเฟิงก็พลันบูดบึ้งลงทันที ตะคอกกลับไปว่า “ใครมันพูดจาเหลวไหล?!”
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างดุร้าย ฝูงชนรอบข้างจึงได้แต่สงบปากสงบคำลง