็หยิบกระบี่เหล็กเล่มหนึ่งขึ้นมา เดินเข้าสู่สนามประลอง
บนแท่นสูง สวีซานเยว่กล่าวชื่นชมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “วิชาอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วถูกฝึกฝนจนคล่องแคล่วช่ำชองอย่างมากแล้ว ช่างน่าเสียดายจริงๆ ด้วยความสามารถในวิชาอัตลักษณ์ของเขาแล้ว หากพลังอัตลักษณ์ของเขาไปถึงระดับห้าตราได้ละก็ เกรงว่าคงสามารถท้าทายคู่ต่อสู้ส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับหกตราได้เลยด้วยซ้ำ”
หลินเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถึงจะน่าเสียดายแค่ไหน มันก็ไม่มีประโยชน์”
“รอบที่สอง เริ่มได้!”
แต่เห็นได้ชัดว่า เพราะความพ่ายแพ้ของหลิวหยางทำให้หลินเฟิงอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว จึงคร้านจะโต้เถียงอะไรกับสวีซานเยว่ รีบประกาศเริ่มรอบที่สองทันที
ทันทีที่เสียงของหลินเฟิงดังขึ้น ลู่ไท่ก็ปล่อยพลังอัตลักษณ์ของตัวเองออกมาอย่างไม่ลังเลทันที พลังอัตลักษณ์สีแดงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาราวกับเป็นเปลวไฟบางๆ ชั้นหนึ่ง แผ่ไอความร้อนออกมาอย่างรุนแรง
นี่คืออัตลักษณ์ไฟระดับห้าของลู่ไท่
หลังจากได้เห็นบทเรียนจากหลิวหยางแล้ว ลู่ไท่ย่อมไม่กล้าประมาทอีก
เปรี้ยง!
เมื่อพลังอัตลักษณ์ไฟพวยพุ่งออกมา ลู่ไท่ที่ถือกระบี่ไว้ก็พุ่งเข้าใส่หลี่ลั่วอย่างไม่ลังเล บนคมกระบี่