้วโป้งให้พร้อมกล่าว “สหายรัก พูดได้ดี”
ส่วนหยวนชิวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ท่าทางหมดอาลัยตายอยากของนางแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางเองก็ไม่มีความมั่นใจในการประลองครั้งนี้เช่นกัน
หลี่ลั่วเดินขึ้นเวทีท่ามกลางสายตาของฝูงชน จากนั้นก็หยิบกระบองเหล็กอันหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวางอาวุธ ลากมันไปด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย เสียงเสียดสีระหว่างกระบองเหล็กกับพื้นดังขึ้นจนแสบหู
ส่วนทางด้านนอกเวทีนั้น เมื่อเห็นว่าหลี่ลั่วเป็นฝ่ายออกโรงเป็นคนแรก ก็เริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นมารางๆ เช่นกัน
“ตึกสองส่งหลี่ลั่วลงมาเป็นตัวเปิดหรือนี่…”
“คิดจะให้มาเป็นตัวลดทอนกำลังของฝ่ายเรางั้นสินะ”
“ฮ่าฮ่า น่าสนใจดีเหมือนกัน หลี่ลั่วที่ถูกไล่ออกมาจากตึกหนึ่ง ตอนนี้กลับต้องมาสู้กับคนของตึกหนึ่ง… ถ้าชนะขึ้นมาคงจะสนุกน่าดู”
“เพ้อเจ้ออะไร… เจ้านั่นมันไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดนะ ต่อให้วิชาอัตลักษณ์จะเชี่ยวชาญเพียงใด ก็ชนะระดับหกตราได้ยากอยู่ดี”
“ฮ่าๆ แค่พูดเล่น ผ่อนคลายบรรยากาศเฉยๆ”
“…”
การปรากฏตัวของหลี่ลั่ว ทำให้นักศึกษาหลายคนเกิดความสนใจขึ้นมา เพราะในวิทยาลัยหนานเฟิงนี้ หลี่ลั่วก็ถือว่าเป็นตำนานที่พิสดารเลยเหมือนกัน…
ที่สำคัญที่สุดคือ ว่า