อาหารที่หอชิงเฟิง แต่แน่นอนว่าเขาเพียงมองมันเป็นเรื่องขำขันเท่านั้น คงไม่ใช่ว่าไอ้โง่นั่นมันไปรอที่หอชิงเฟิงจริงๆ หรอกนะ?
และช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เขาก็ไม่ได้มาวิทยาลัยเลยด้วย เจ้าเป้ยคุนเลยมาลงที่คนของตึกสองแทนอย่างนั้นหรือ?
หลี่ลั่วยิ้มออกมา ตบไหล่จ้าวคั่วแล้วกล่าว “คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ละนะ ดูท่าเจ้าคงจะโดนแทนข้าไปหลายหมัดเลย”
“ข้าไม่เป็นไรหรอก หากไม่ใช่เพราะได้สู้กับมันสองสามยกนั่นละก็ บางทีข้าอาจจะยังไม่สามารถทะลวงไปถึงระดับหกตราได้เลยเหมือนกัน”
จ้าวคั่วยักไหล่จากนั้นจึงกล่าวต่อ “แต่ตอนนี้เจ้ามาวิทยาลัยแล้ว ตอนบ่ายก็ยังมีเรียนพลังอัตลักษณ์ด้วย เกรงว่ามันอาจจะมาหาเรื่องเจ้าอีก”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตบหน้าอกกล่าว “เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะออกหน้าเอง ลองดูว่าถ้าสู้กับมันอีกสักสองสามยก ข้าจะสามารถทะลวงไปถึงระดับเจ็ดตราได้เลยหรือเปล่า”
หลี่ลั่วยิ้มออกมา จ้าวคั่วเป็นคนตรงไปตรงมาและรักเพื่อนฝูง นับเป็นเพื่อนที่หาได้ยากจริงๆ แต่การให้เขาหลบอยู่ข้างหลังแล้วมองดูเพื่อนออกไปรับเคราะห์แทนนั้น ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเช่นกัน
ดังนั้นเขาจึงแค่ยิ้มกล่าว “ไว้ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”
…
ช่วงบ่าย