กพี่เลยนะ?”
จ้าวคั่วยิ้มอ่อนๆ ออกมา แต่พอยิ้มออกมาแล้วมันกลับไปโดนรอยฟกช้ำบนใบหน้า ทำให้เขาร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เจ้าไปโดนอะไรมา?” หลี่ลั่วถาม
จ้าวคั่วขมวดคิ้วกล่าว “ก็ไอ้เป้ยคุนจากตึกหนึ่งนั่นแหละ ไม่รู้ว่าช่วงนี้มันเป็นบ้าอะไร ถึงได้มาหาเรื่องพวกเราคนของตึกสองอยู่เรื่อย ข้าทนไม่ไหวเลยไปสู้กับมันมาสองสามยก”
เขาชี้ไปที่รอยฟกช้ำบนใบหน้าแล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “หมอนั่นมือหนักใช้ได้เลย แต่ข้าก็ไม่ยอมให้มันได้ใจหรอกนะ เกือบจะอัดหน้าหล่อๆ ของมันจนเละอยู่แล้วเชียว”
ตอนนี้เอง ได้มีคนของตึกสองหลายคนเดินมารวมกัน พูดด้วยความโกรธเคืองว่า “เป้ยคุนมันน่าโมโหจริงๆ พวกเราไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับมันเลยแท้ๆ แต่มันกลับชอบมาหาเรื่องพวกเราตลอดเลย”
“ยังดีที่มีจ้าวคั่วอยู่ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครหยุดมันได้เลยจริงๆ”
จ้าวคั่วโบกมือไล่ทุกคนออกไป จากนั้นจึงค่อยเอ่ยถามเสียงเบา “ช่วงนี้เจ้าไปมีเรื่องกับเป้ยคุนมาหรือเปล่า? เหมือนว่ามันจะพุ่งเป้ามาที่เจ้าเลยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ลั่วก็นึกขึ้นมาได้ทันที ก่อนที่เขาจะออกจากวิทยาลัย เป้ยคุนเหมือนจะฝากข้อความผ่านทางตี้ฝ่าฉิงมา บอกให้เขาเป็นเจ้าภาพเลี้ยง